Path to Nowhere : Mission (AllM!Chief (Demon / Donald / Mr.Fox / Levy))

Title : Mission

Pairing : AllM!Chief (Demon / Donald / Mr.Fox / Levy)

Rate : PG

Fandom : Path to Nowhere

 

สุ่มจาก https://th.shindanmaker.com/946273



 

sds

Chief : WHAT MISSION? SAY IT AGAIN

 

 

 

 

 

 

 

 



08:12 AM

DONALD

Mission : สลับชุดกันใส่ แล้วแสดงบทบาทเล่นเป็นเจ้าของชุด



 

“ตะวันส่องก้นแล้ว รูปหล่อ ตื่นได้แล้ว”

 

เสียงเรียกดังอยู่ไม่ห่าง ปลุกให้ผู้บัญชาการหนุ่มขมวดคิ้ว ลืมตาขึ้นพยายามสู้แสงอ่อน ๆ ที่สาดลอดเข้ามาในห้อง

 

“.....!?”

 

ก่อนจะต้องสะดุ้งเพราะเจอะเข้ากับร่างของคนที่มาเอนกายนอนเคียงข้างอยู่บนเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เป็นอาการที่พอฝ่ายนั้นเห็นเข้าก็หัวเราะชอบอกชอบใจ

 

“ดอน…นี่คุณเข้ามาได้ยังไง”

 

“เธอคิดมากเรื่องเล็กน้อยแบบนั้นเหรอ” ซินเนอร์ผมทองที่ใช้ศอกค้ำศีรษะกับเตียงนุ่มหัวเราะน้อยและโน้มใบหน้าไปจุ๊บปลายจมูกของผู้บัญชาการเบา ๆ

 

“เล็กน้อยที่ไหนกัน” พอถูกจูบปลายจมูก ผู้บัญชาการก็ดูจะสงบลงบ้าง เลยผ่อนลมหายใจช้า ๆ และเป็นฝ่ายเอื้อมมือไป

 

บีบจมูกคนนิสัยไม่ดีเป็นการเอาคืน ให้โดนัลด์ส่งเสียงประท้วงอู้อี้ จนพอใจถึงยอมปล่อย

 

“ผมจะไปอาบน้ำแล้ว” เขาถอนหายใจช้า ๆ ดันตัวลุกขึ้นมานั่ง แต่แทนที่ฝ่ายนั้นจะยอมปล่อยเขาไปดี ๆ กลับตวัดแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งแรงโอบรอบเอวบางรั้งไว้ ใช้ตอเคราตรงปลายคางถู ๆ ให้จั๊กจี้เล่น

 

“เย็นชาจังเลยคนสวย…อุตส่าห์รีบมาหาแต่เช้า ไม่ใจร้ายสิ”

 

“ปล่อยเลยนะ” ผู้บัญชาการขมวดคิ้ว ยกมือขยี้ผมสีทองนั้นเสียด้วยความหมั่นเขี้ยว

 

“โอยย ผมยุ่งหมดแล้ว” โดนัลด์ทำหน้ายุ่ง พยายามเอาตัวเองออกจากเอื้อมมือนั้น ด้วยการลุกขึ้นมาจูบแก้มขาวเบา ๆ และเอาคางเกยไหล่ผู้บัญชาการไว้ มือยังไม่ยอมปล่อยกอด “ทำผมให้ใหม่เลยคนสวย”

 

“ปล่อยผมไปอาบน้ำก่อน แล้วถึงจะทำให้” และผู้บัญชาการก็มีข้อต่อรองตามแผน โดนัลด์ทำปากบู่น้อย ๆ เหมือนกำลังงอแง แต่สุดท้ายก็ยอมพยักหน้า

 

“เดี๋ยวไปส่ง” แต่มิวายช้อนอุ้มร่างเล็กกว่าลอยขึ้นมา หอมแก้มฟอดใหญ่ พาเดินตรงเข้าห้องน้ำไปส่งถึงอ่าง

 

“อาบน้ำตัวหอมล่ะ ผู้การ เดี๋ยวฉันเตรียมชุดให้” ว่าแล้วก็จุ๊บกระหม่อมนุ่มไปที ก่อนจะผละออกมาอย่างร่าเริง

 

ไม่สนใจเสียงที่ผู้บัญชาการโวยวายตามหลังมาเลย

 

“เสื้อผ้า…อืมม” โดนัลด์ก้าวมาเปิดตู้เสื้อผ้าของผู้บัญชาการ กวาดตามองเหมือนกำลังคิด…

 

ทำอะไรสนุก ๆ หน่อยดีกว่า



 

ผู้บัญชาการที่ไม่มีทางเลือก หลังจากอาบน้ำ ล้างหน้าแปรงฟัน (โชคดีมีผ้าเช็ดตัวในห้องน้ำ) เสร็จเรียบร้อยก็กลับออกมา แต่พอเปิดประตูก็ต้องชะงัก

 

“ทำอะไรเนี่ย” เพราะเห็นคนที่นอนรออยู่บนเตียง โดยที่…สวมชุดของเขาอยู่ด้วย

 

และก็ใช่ เขาตัวเล็กกว่าโดนัลด์ อีกฝ่ายไม่มีทางสวมชุดเขาได้พอดี จึงแค่ติดกระดุมเม็ดสองเม็ด ปล่อยเสื้อเปิดผ่าอก

 

อ่อยรึไง…

 

“อะแฮ่ม…ผมคือผู้บัญชาการของ MBCC …ซินเนอร์อย่างคุณต้องเชื่อฟังผมนะ” โดนัลด์กระแอม พูดเลียนแบบวิธีการพูดของเขา จนผู้บัญชาการอดไม่ได้ต้องเดินเข้าไปหา แล้วยกหมอนฟาดไปหลาย ๆ ที “โอ๊ย หยุดเลยนะคนสวย!”

 

ฝ่ายนั้นโวยวาย คว้าหมอนโยนออกและดึงเขาเข้าไปสวมกอดไว้แทนจนร่างที่สวมแค่ชุดคลุมอาบน้ำล้มลงบนเตียงด้วย

 

“ทำอะไรของคุณเนี่ย” ผู้บัญชาการหนุ่มขมวดคิ้ว มือหยิกปลายจมูกคนซนไปมา

 

“อืออ…ก็อยากลองสลับบทบาทกับเธอบ้างนี่” โดนัลด์หยีตา แล้วอ้าปากจะไล่งับนิ้วเรียวนั้นพลางคลี่ยิ้มเย้าหยอก ท่าทางเจ้าเล่ห์ไม่เบา

 

“สลับบทบาทเนี่ยนะ?” ชายหนุ่มเลิกคิ้ว “งั้นจะเปลี่ยนเป็นผมเสียบคุณแทนบ้าง?”

 

“เฮ้…ไม่ ๆๆ อันนั้นยอมไม่ได้เด็ดขาดเลย” พอผู้บัญชาการพูดเรื่องนั้น โดนัลด์ก็รีบปฏิเสธอย่างเอาจริงเอาจัง มือที่โอบเอวบางไว้ก็เลื่อนลงไปตีก้นนุ่มสักที “ฉันสิต้องเป็นฝ่ายเสียบเธอ อันนี้สลับไม่ได้!”

 

“แล้วจะสลับยังไงที่ไหน” คนโดนตีก้นจนสะดุ้งเลยตีไหล่กว้างคืนไปที

 

“ก็…สลับบทบาท แบบว่า…” ซินเนอร์หนุ่มที่ไม่สะดุ้งสะเทือนเมื่อถูกตี แถมมือซนแกล้งขยำก้นนุ่มเล่นไปมาลากเสียงน้อย ๆ รอจนผู้บัญชาการเงยหน้าขึ้นมาจึงยิ้มเล็ก ก้มลงกระซิบข้างใบหู

 

“ให้ผมเป็นผู้การของคุณสักวัน…”

 

“ขอปฏิเสธ”

 

“เย็นชาชะมัด!”

 

แถมเริ่มเอาหัวมาถูไถไหล่เขาแล้วนั่น ผู้บัญชาการหนุ่มเลยได้แต่ถอนหายใจเฮือก สุดจะเอือมจริง ๆ

 

“ขอล่ะนะ คนสวย…อยากเห็นเธอใส่ชุดฉันบ้าง”

 

มีข้อเสนอเพิ่มมาอีกแล้วดูสิ

 

“แล้วทำไมผมต้องใส่ด้วย” ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น ยกมือกอดอกมองจ้องคนหน้าไม่อายที่ขอเรื่องแบบนั้นมาได้หน้าตาเฉย ใจจริงก็อยากจะทุบหลังไปอีกสักทีเหมือนกัน แต่ยอมฟังเหตุผลก่อนก็ได้

 

“อืมม…ฉันกำลังคิดอะไรสนุก ๆ น่ะ” พอเห็นเขายอมรับฟัง โดนัลด์ก็ยิ้มเผล่ เงยหน้ามองสบตาราวกับกำลังออดอ้อน “ว่าเราน่าจะมาลองสลับชุด แล้วก็เล่นเป็นเจ้าของชุดดู เธอยอมทำเพื่อฉันได้ไหม?”

 

“เฮ้อ…” ได้ยินแบบนั้นผู้บัญชาการก็ถอนหายใจยาว ยิ่งสบดวงตาที่มองมาคู่นั้นแล้วมันก็อดคิดไม่ได้จริง ๆ นั่นล่ะนะ

 

หมาโกลเด้นตัวโตแหละ…

 

“ก็ได้” สุดท้ายก็ยอมพยักหน้ารับ ขยับตัวไปหยิบชุดของดอนที่เจ้าตัวถอดทิ้งเอาไว้มาสวม ท่ามกลางดวงตาเป็นประกายของซินเนอร์ผมทอง ไม่รู้จะตื่นเต้นอะไรนักหนา

 

ชายหนุ่มคลายชุดคลุมอาบน้ำที่สวมอยู่ลง หยิบเสื้อเชิ้ตสีดำมาลองสวม แล้วก็ต้องมุ่ยหน้าน้อย ๆ

 

“หลวม…” ดอนตัวใหญ่ตัวหนากว่าเขาเยอะ จะใส่ไม่พอดีก็ไม่แปลก เพราะที่จริงเจ้าตัวก็สวมชุดเขาได้ไม่พอดีเหมือนกันนั่นล่ะ “มองอะไรน่ะ”

 

พอดีกับที่รู้สึกได้ถึงสายตาที่จับจ้องมา เลยหันไปทำหน้ายุ่งใส่เจ้าหมาตัวโตเสียเลย โดนัลด์เลยยิ้มแห้ง

 

“ขอโทษที…เห็นเธอใส่ชุดฉันหลวม ๆ แล้วมันก็…อดคิดไม่ได้ว่าน่ารักจริง ๆ” เอ่ยปากพลางมือก็โอบมาสวมกอดผู้บัญชาการเอาไว้ ก้มลงพรมจูบไปตามลาดไหล่ขาวที่โผล่พ้นออกมาจากเสื้อตัวหลวม

 

“คิดอะไรลามกอีกล่ะสิ” ผู้บัญชาการบ่นกระปอดกระแปด นิ่งไปเล็กน้อยเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ แล้วจึงเงยหน้าขึ้นมองสบตากับโดนัลด์

 

“สลับบทบาทใช่ไหม…งั้น—” เขาลากเสียงเล็กน้อย ดวงตาฉายแววออดอ้อนเหมือนกันกับที่อีกคนทำ “ฉันทำตามภารกิจเสร็จแล้ว ไหนล่ะรางวัล?”

 

เวลาขอรางวัลจากเขา

 

“…….”

 

โดนัลด์ชะงักกึกเมื่อเห็นท่าทางนั้น ก่อนจะจัดการจับรวบผู้บัญชาการลงกับเตียงทันทีอย่างอดรนทนไม่ไหว

 

“ให้ตาย ทำไมเธอต้องน่ารักขนาดนี้ด้วย…ฉันจะทนไม่ไหวแล้วนะ”

 

“ไม่เล่นสลับบทบาทแล้วเหรอ” ผู้บัญชาการมองคนความอดทนต่ำที่คร่อมเขาอยู่แล้วก็หลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ เพิ่มความหมั่นเขี้ยวให้โดนัลด์ไม่น้อย เลยก้มลงงับคอขาวไปสักทีจนคนกำลังซุกซนหลุดเสียงร้องออกมา

 

ซินเนอร์ผมทองขยับผละออกมาเล็กน้อย คลี่ยิ้มด้วยท่าทางร้ายกาจ

 

“ไปทำงานสายหน่อย…คงไม่เป็นไรเนอะ?”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

02:47 PM

MR.FOX

Mission : ไปห้องสมุด เลือกหนังสือที่คิดว่าเหมาะกับอีกฝ่าย แล้วนั่งอ่านด้วยกัน



 

“พอดีเลย คุณผู้การ มาด้วยกันหน่อย”

 

“เอ๊ะ? คุณฟ็อกซ์ เดี๋ยว?” ผู้บัญชาการหนุ่มที่เพิ่งเสร็จจากการเคลียร์งานช่วงบ่าย พอก้าวออกมาจากห้องคิดจะไปหากาแฟดื่มสักหน่อยก็กลายเป็นว่าถูกคุณทนายคว้าแขน ลากให้เดินตามไปด้วยกัน “ฟ็อกซ์…จะพาผมไปไหนเนี่ย”

 

“วันนี้ผมไม่มีภารกิจ งานก็เสร็จหมดแล้ว เลยว่าจะไปหาอะไรอ่านที่ห้องสมุด ได้ยินว่าเพิ่งจะสั่งหนังสือล็อตใหม่เข้ามา” มิสเตอร์ฟ็อกซ์เอ่ยปากโดยที่ไม่ได้ชะลอฝีเท้า มือก็ลากผู้บัญชาการเดินตามมาติด ๆ “ว่าจะให้คุณช่วยเลือกหนังสือให้น่ะครับ”

 

“เอ๋…ทำไมถึงอยากให้ผมไปเลือกหนังสือให้ล่ะ” ผู้บัญชาการกะพริบตาปริบด้วยความงุนงง ถ้าเรื่องการเลือกหนังสือนี่ ฟ็อกซ์เลือกเองจะไม่ดีกว่าเขาเลือกให้เหรอ…

 

“ก็ไม่มีเหตุผลอะไรพิเศษหรอก” พอมาถึงหน้าห้องสมุด ฟ็อกซ์ก็เปิดประตูเข้าไป บรรยากาศยังคงเงียบสงบ มีซินเนอร์รวมถึงเจ้าหน้าที่ไม่กี่คนเท่านั้นที่ชอบมานั่งอ่านหนังสือที่นี่ และส่วนใหญ่ตอนนี้ก็ออกไปทำภารกิจกันหมด

 

แทบจะเรียกได้ว่าตอนนี้พื้นที่ในห้องสมุดเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเขาและผู้บัญชาการด้วยซ้ำ

 

“เอาแบบนี้ดีไหม” ผู้บัญชาการที่สังเกตท่าทางของซินเนอร์ตรงหน้ามาสักพักก็เอ่ยปาก พลางยกมือขึ้นแนบแก้มทนายหนุ่มเกลี่ยเบา ๆ “เรามาแลกกัน คุณเลือกหนังสือที่คิดว่าเหมาะกับผม ผมจะเลือกหนังสือที่คิดว่าเหมาะกับคุณ และเรามานั่งอ่านด้วยกัน”

 

ฟ็อกซ์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมพยักหน้ารับคำ

 

“งั้นไปเลือกหนังสือแล้วกลับมาเจอกันตรงที่นั่งมุมห้องนะ” ผู้บัญชาการจึงเอ่ยปากด้วยรอยยิ้มบาง แล้วเดินแยกไปหาหนังสือที่คิดว่าเหมาะกับคุณทนาย

 

อะไรดีนะ…

 

ใช้เวลาไม่นานก็เดินกลับไปตรงจุดนัดพบ เห็นมิสเตอร์ฟ็อกซ์มานั่งคอยอยู่ก่อนแล้วพร้อมหนังสือข้างกาย ฝ่ายนั้นพอเห็นเขาก็ยื่นมือมาหา

 

คว้าตัวผู้บัญชาการมานั่งลงในอ้อมกอด และส่งหนังสือที่เลือกมาให้ คนถูกดึงไม่ตั้งตัวก็ส่งหนังสือให้มิสเตอร์ฟ็อกซ์เช่นกัน

 

ทั้งสองนั่งลง เริ่มอ่านหนังสือที่อีกฝ่ายเลือกให้อย่างเงียบ ๆ รอบกายสงบลงเหลือเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษ

 

“หงุดหงิดอะไรมาเหรอ”

 

พักใหญ่ กว่าที่เสียงของผู้บัญชาการจะทำลายความเงียบลง

 

“รู้ดีจังเลยนะครับ” มิสเตอร์ฟ็อกซ์ส่งเสียงตอบเบา ๆ ขยับท่าทางจับหนังสือด้วยมือเดียว สอดมืออีกข้างมาโอบเอวเขาเอาไว้รั้งให้แนบชิด

 

“แล้วพูดถูกหรือเปล่า” ผู้บัญชาการยิ้มบาง ดวงตาไล่ไปตามตัวอักษรบนหน้ากระดาษท่าทางสบาย ๆ เพราะเขาเองก็สังเกตมาตั้งแต่ต้นแล้วนั่นล่ะ

 

ปกติมิสเตอร์ฟ็อกซ์เป็นแบบนี้ซะที่ไหน จู่ ๆ ก็ลากกันมาเฉยเลยน่ะ

 

“ครับ…ครับ คุณคนเก่ง” ซินเนอร์ผมขาวหัวเราะในลำคอเบา ๆ มือก็กระชับกอดรอบเอวของผู้บัญชาการราวกับกำลังอารมณ์ไม่ดีนัก “คดีที่ผมเพิ่งไปว่าความมาเมื่อเช้า เจอคนกวนประสาทเข้า เลยอารมณ์เสียไปหน่อย”

 

“หืม มีคนกวนประสาทคุณได้เก่งกว่าผมอีกเหรอ” ผู้บัญชาการหนุ่มคลี่ยิ้มหยอกพลางพลิกหน้าหนังสือเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนมิสเตอร์ฟ็อกซ์ที่อดหมั่นเขี้ยวไม่ได้ต้องก้มลงไปฟัดแก้มขาวสักที

 

“เสียดายนะครับ แต่ไม่มี…คุณนี่แหละกวนประสาทผมเก่งที่สุดแล้ว” คุณทนายเอ่ยปาก วางหนังสือลงตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ผู้บัญชาการมารู้ตัวก็เมื่อมือซนนั้นมาโอบรอบเอวเขา ลากลูบไปช้า ๆ ตามหน้าท้อง “และก็น่าโดนลงโทษสักที”

 

“คุณเป็นคนชวนผมมาอ่านหนังสือเองแท้ ๆ” ผู้บัญชาการเลยรีบยกมือดึงรั้งมือของฟ็อกซ์เอาไว้ ไม่ให้ซนไปมากกว่านี้ ลมหายใจอุ่น ๆ เป่ารดอยู่ตรงข้างใบหูเขาชวนให้จั๊กจี้ “คุณฟ็อกซ์ ไม่เอาน่า”

 

“เห็นแก่ที่ผมเป็นคนชวนคุณมาเอง จะยอมให้ครั้งนี้ครั้งเดียวก็แล้วกันครับ” มิสเตอร์ฟ็อกซ์เลยแกล้งเป่าลมหายใจรดต้นคอขาวที่โผล่พ้นคอเสื้อของคนในอ้อมกอดออกมา ก่อนจะยอมขยับนั่งเอนหลังกับโซฟาตามเดิม แต่มือไม่ปล่อยจากบั้นเอวได้รูปนั้นเลย

 

“แต่แปลกนะ…ปกติผมก็ไม่ยักจะเห็นคุณอารมณ์เสียเพราะถูกยั่วยุตอนว่าความเลย” ผู้บัญชาการเลยขยับเอนซบอกกว้าง เอ่ยปากตาใส “ขนาดผมเอง ตอนขึ้นศาลด้วยกันยังทำให้คุณสะทกสะท้านไม่ได้เลย”

 

“แต่ตอนขึ้นเตียงเป็นอีกเรื่องนะครับ” มิสเตอร์ฟ็อกซ์หัวเราะในลำคอเบา ๆ ก้มลงจูบหน้าผากผู้บัญชาการจอมซนของเขาไปที และดูเหมือนคำพูดนั้นจะเรียกสีแดงเรื่อเจือจางบนแก้มขาวได้ มือจึงเกลี่ยไปเบา ๆ ด้วยความอ่อนโยน “ผมอารมณ์เสีย ก็เพราะเจ้านั่นพูดว่าร้ายคุณ”

 

“หือ?” ผู้บัญชาการหนุ่มเลิกคิ้วเมื่อได้ยินแบบนั้น “ว่าร้ายผมเหรอ? เรื่องอะไร”

 

“คุณไม่ต้องรู้หรอกครับ” ฟ็อกซ์เอ่ยปากด้วยรอยยิ้ม แววตาฉายความเจ็บปวดจาง ๆ “ผมจัดการไปแล้ว คงจะปริปากอะไรไม่ได้อีกตลอดไปเลยล่ะ”

 

“ใจร้ายจังนะ” ผู้บัญชาการหนุ่มหัวเราะเบา ๆ เห็นสายตานั้นแล้วจึงขยับตัวเล็กน้อย หันกลับไปนั่งคร่อมตักมิสเตอร์ฟ็อกซ์เอาไว้ และยกมือขึ้น…

 

ปั่ก!

 

ใช้สันหนังสือในมือสับลงบนหัวอีกคนเบา ๆ จนทนายหนุ่มสะดุ้งเงยหน้าขึ้นมองขวับทันที

 

“ทำอะไรของคุ—”

 

ยังไม่ทันจะพูดจบ ริมฝีปากอุ่นของผู้บัญชาการก็แนบลงมาเสียก่อน

 

แบบนี้เขาเรียกว่าตบหัวแล้วลูบหลังไหมนะ…แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น มิสเตอร์ฟ็อกซ์ก็อดไม่ได้อยู่ดีที่จะกดริมฝีปากตอบกลับไป คลอเคลียกันไปอย่างเชื่องช้า ราวกับจะสัมผัสการปลอบโยนนี้จากคนตรงหน้าที่รู้จักเขาดีเหลือเกิน

 

ลิ้นที่เจาะหมุดไว้เลื่อนออกไปไล้เลียตามริมฝีปากนุ่ม เร้าให้อีกคนยอมเปิดปาก และผู้บัญชาการก็ยอมว่าง่ายกับเขา ทำให้สอดลิ้นเข้าไปตวัดไล้เลียกันได้ มือที่โอบกอดคนตรงหน้าไว้เริ่มลากไปตามแผ่นหลังบาง ไต่ช้า ๆ กระตุ้นอารมณ์

 

แต่ตัวแสบก็ยังคงเป็นตัวแสบ เพราะตอนกำลังเริ่มเคลิ้มจนอยากจะจับกดตรงนี้ ผู้บัญชาการก็ผละริมฝีปากออกมา แลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองช้า ๆ

 

“ผมคิดบัญชีย้อนหลังแน่” มิสเตอร์ฟ็อกซ์คิ้วกระตุกเล็กน้อย แต่ยังคงรักษารอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าได้เป็นอย่างดี

 

“อย่าทำหน้าเครียดแบบนั้นสิ” ผู้บัญชาการหนุ่มหัวเราะ วางมือเกลี่ยแก้มคนผมขาวเบา ๆ “ผมอุตส่าห์หาหนังสือที่คุณจะอ่านได้สบาย ๆ ให้แล้วแท้ ๆ”

 

“หนังสือเด็กน้อยนี่น่ะเหรอ คุณสั่งมาให้ใครอ่านกันแน่” ทนายหนุ่มขยับมือตีก้นนุ่มไปทีด้วยความหมั่นเขี้ยว ดวงตาสีแดงเหลือบมองหนังสือที่วางไว้บนโต๊ะข้างโซฟา

 

หนังสือเล่มนั้นเป็นวรรณกรรมเยาวชน เนื้อหาไม่ได้ยาวมากนัก เขาอ่านไปได้เกือบจบเล่มแล้ว เป็นเรื่องราวการเดินทางของกระต่ายสีดำตัวหนึ่งเพื่อตามหาความทรงจำ ระหว่างทางบังเอิญได้พบกับจิ้งจอกขาวจอมเจ้าเล่ห์เข้า ทีแรกจิ้งจอกคิดจะจับกระต่ายกิน แต่เมื่อใช้เวลาร่วมกันไปสักพัก พวกมันก็กลับกลายเป็นเพื่อนกันได้

 

“ผมคิดว่ามันเหมาะกับคุณดีออก” ผู้บัญชาการเอ่ยปากพาซื่อ มือเกลี่ยไปตามแก้มของคุณทนายเบา ๆ ก่อนจะทำสายตาออดอ้อน “ไม่ชอบเหรอ?”

 

เหมือนกระต่ายหูตกไม่มีผิด

 

“ถ้าเป็นหนังสือที่คุณเลือกให้…ผมก็ชอบหมดนั่นล่ะครับ” มิสเตอร์ฟ็อกซ์ถอนหายใจอย่างเอ็นดู พอเป็นเรื่องของคนคนนี้แล้วเขาก็เผลอไปทุกทีสิ

 

จะน่ารักไปไหนกันนะ

 

ชายหนุ่มก้มลงจูบริมฝีปากนุ่ม ปลายจมูก แก้มใส และค่อย ๆ เลื่อนลงไปตามซอกคอขาว นิ้วเกี่ยวดึงเอาคอเสื้อสีดำลง

 

“คุณฟ็อกซ์…” ผู้บัญชาการที่เริ่มรู้ตัวเลยส่งเสียงเบา ๆ มือเกาะไหล่เขาออกแรงกดเหมือนพยายามจะรั้ง

 

“อะไรครับ คุณผู้การ” ดวงตาสีแดงเหลือบขึ้นมองคนหน้าแดงเรื่อ พร้อมกับรอยยิ้มเล็ก ๆ ท่าทางซุกซนมาก

 

“แกล้งผมไว้เยอะ ถึงเวลาเช็คบิลแล้วนะครับ”

 

คราวนี้จิ้งจอกขาวอย่างเขาจะไม่ปล่อยกระต่ายดำหลุดมือไปแน่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

07:38 PM

LEVY

Mission : ฝึกสารภาพรัก ใต้ต้นซากุระ



 

“เลวี่…นี่มันอะไร”

 

ทันทีที่ได้รับรายงานจากไนติงเกลและซินเนอร์คนอื่น ๆ ผู้บัญชาการก็รีบวิ่งออกมาตรงลานโล่งทันที และก็ต้องพบกับภาพที่ทำให้แทบลมจับ

 

ไปเอาอะไรมาอีกแล้วเนี่ย!

 

“โอ้ มาพอดีเลย มานี่เร็วผู้การ” พอเลวี่หันมาเห็นก็รีบเดินเข้ามาหา เอื้อมมือคว้าแขนเขาดึงให้เข้าไปอยู่ใต้ต้นไม้แปลกตา แทบไม่เคยได้เห็นในดิสซิตี้

 

ถามจริง ๆ เลยนะ…

 

“ไปเอาของแบบนี้มาจากไหน” ผู้บัญชาการยกมือกอดอก ขมวดคิ้วเอ่ยถามคนที่ยังยิ้มระรื่นได้อีก ซึ่งฝ่ายนั้นก็ยืดอกเล็กน้อยด้วยท่าทางภาคภูมิใจ

 

“ฝากคนไปหามาน่ะ สวยใช่ไหม เหมือนจะเรียกว่าต้นซากุระนะ”

 

“ไม่ ที่อยากรู้คือเอามาทำไม” ทำให้ชายหนุ่มต้องหรี่ตาลง ไอ้ต้นอะไรไม่สำคัญหรอก สำคัญคือเอาเข้ามาทำไม และเอาเข้ามาได้ยังไง

 

นี่เขาต้องสั่งลงโทษเจ้าหน้าที่ของตัวเองอีกแล้วล่ะสิใช่ไหม

 

“มีเรื่องที่อยากทำอยู่น่ะ” เลวี่เอ่ยปาก หันตัวไปหาผู้บัญชาการหนุ่มและยกมือจับไหล่สองข้างของคนตัวเล็กกว่านิดหน่อยเอาไว้ “ผู้การ มีเรื่องจะขอหน่อย”

 

“อะไรล่ะ ถ้าจะขอออกไปข้างนอก ผมคงอนุญาตไม่ได้”

 

“โธ่…อย่ามองโลกในแง่ร้ายแบบนั้นสิ” เลวี่เลยถอนหายใจเฮือก ยกมือบีบจมูกคนที่จริงจังไปซะทุกเรื่องเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว “มาเป็นคู่ซ้อมให้หน่อย”

 

“ต้องเซ็นสัญญาอะไรไหม” ผู้บัญชาการเลิกคิ้วถาม ไม่รู้ระแวงจริงหรือแค่จะกวน แต่ทำเลวี่อยากจะคว้ามาฟัดสักทีแล้ว

 

“ไม่ต้องเซ็นอะไรทั้งนั้นแหละ ผมแค่อยากให้คุณ…” นักธุรกิจหนุ่มเว้นช่วงเล็กน้อย ก้มลงไปกระซิบข้างหูผู้บัญชาการเบา ๆ

 

“มาเป็นคู่ซ้อมสารภาพรักหน่อย”

 

“ฮะ?”

 

คำพูดนั้นทำให้ผู้บัญชาการยิ่งงุนงงเข้าไปใหญ่ เป็นคู่ซ้อมสารภาพรัก…คืออะไรล่ะนั่นน่ะ

 

“ทำไมต้องเป็นผมด้วย? นี่คุณจะไปสารภาพรักกับใครก็ไปสารภาพสิ ไม่เห็นจะต้องซ้อมเลย” ชายหนุ่มส่ายหน้าไปมา เพราะไม่เห็นว่าจะจำเป็นอะไรที่เขาต้องมาช่วยสักหน่อย “แล้วมีคนที่ชอบแล้วเหรอ”

 

“อย่าใจร้ายน่า มาซ้อมให้นิด ๆ หน่อย ๆ เอง…แลกกับการไม่ขอออกไปข้างนอกวันนึงก็ได้อะ”

 

“.......”

 

“สามวัน”

 

“........”

 

“อาทิตย์นึง! นี่ผมต่อให้คุณสุด ๆ แล้วนะ ยอมได้รึยัง!” เลวี่ทำหน้ามุ่ย คนอย่างเขาไม่เคยต้องมาลดราคาให้ใครขนาดนี้นะ ผู้บัญชาการได้ฟังก็ถอนหายใจช้า ๆ สุดท้ายจึงยอมพยักหน้า

 

“ก็ได้…ห้ามขอออกไปข้างนอกอาทิตย์นึง” และตกปากรับคำในที่สุด เจ้าตัวยกมือขึ้นกระชับเสื้อคลุมที่สวมอยู่ เงยหน้ามองสบตากับเลวี่ที่ดวงตาเป็นประกาย “แล้วผมต้องทำอะไรบ้าง”

 

“มายืนตรงนี้” เลวี่จัดแจงจับตัวผู้บัญชาการหนุ่มมายืนตรงใต้ต้นซากุระ และตัวเองก็ขยับถอยมาเล็กน้อยอยู่ในระยะไม่ห่างมากนัก

 

ท่าทางเอาจริงเอาจังแฮะ

 

หลังจากกระแอมสองสามที ซินเนอร์หนุ่มก็ลืมตาขึ้นมองสบตากับผู้บัญชาการ

 

“ผมชะ- อืม”

 

ได้ยินแบบนั้น ผู้บัญชาการหนุ่มก็เอียงคอเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ เพราะเหมือนเลวี่จะพูดออกมาได้ แต่เสียงกลับขาดหายไปเสียดื้อ ๆ “เป็นอะไรไป?”

 

“ขอตั้งสติก่อน” เลวี่ผ่อนลมหายใจออกมาช้า ๆ ยกมือลูบหลังคอด้วยท่าทางเหมือนกำลังใช้ความพยายามอย่างมาก เห็นแล้วก็ชวนเอ็นดูแปลก ๆ

 

“อย่าเกร็ง…ถ้าเป็นคุณล่ะก็ต้องทำได้แน่” ชายหนุ่มเลยก้าวเข้าไปหา ยกมือวางลงบนบ่าของเลวี่กระชับเอาไว้เหมือนช่วยปลอบโยน

 

เลวี่มองสบดวงตาคู่นั้นของผู้บัญชาการ ไล่มองไปตามใบหน้าสวย ให้ตายสิ

 

“ผม…ชอบ…”

 

“หืม นั่นไง…พูดออกมาได้แล้วนี่” ทำให้ผู้บัญชาการคลี่ยิ้มบางออกมา “ดังอีกหน่อยสิ เดี๋ยวก็ส่งไปไม่ถึงหรอก”

 

“ใกล้ขนาดนี้ยังไม่ถึงอีกเหรอ” เลวี่มุ่นคิ้ว จนคนตรงหน้าต้องเอียงคอเล็กน้อยแปลกใจ แต่ก่อนที่จะทันพูดอะไรออกมา

 

เขาก็โน้มใบหน้าลงไป ประทับจูบลงบนริมฝีปากนุ่มอุ่นนั้น กดแนบลงไปสนิท พร้อมกับมือที่สอดไปโอบเอวของผู้บัญชาการเข้าหาตัว รั้งไว้ในอ้อมกอด

 

“ทำอะไร…” พอผละออกมา ก็เห็นใบหน้าขาวกำลังแดงเรื่ออย่างน่ามอง เลวี่คลี่ยิ้มเล็ก คิดว่าหากเป็นตอนนี้คงจะมีความกล้ามากพอแล้ว

 

“ผมชอบคุณ…ผู้บัญชาการ”

 

จึงเปล่งเสียงออกไป ชัดเจน หนักแน่นมากขึ้นกว่าเดิม ใบหน้าหล่อเหล่าโน้มลงแนบหน้าผากกับผู้บัญชาการ…กับคนที่เขาชอบ

 

“ชัดพอหรือยัง”

 

เลวี่มองคนชะงักนิ่ง ขณะกำลังใจหล่นวูบว่าตกลงที่เขาสารภาพรักไปสำเร็จหรือเปล่า มือของผู้บัญชาการก็เอื้อมมา ประคองใบหน้าเขาไว้ รั้งกลับมาหา

 

จนริมฝีปากแนบประทับตอบกลับมา

 

คราวนี้เลวี่กลายเป็นฝ่ายตกใจจนเบิกตากว้างแทน

 

“อยากสารภาพรัก…ทำไมจะต้องใช้ลูกเล่นอะไรเยอะแยะ” ผู้บัญชาการผละออกมา มองคนที่กำลังทำหน้าตาเหรอหราจนชวนหัวเราะเอ็นดู “แค่บอกมาตามตรงก็สิ้นเรื่องไหม”

 

“คิดว่ามันง่ายหรือไง…กว่าจะพูดออกไปได้เนี่ย” เลวี่มุ่ยหน้า ดึงร่างนั้นเข้ามาในอ้อมกอด บังคับอีกคนให้ยอมให้เขาซุกใบหน้าลงกับไหล่ เพราะจะซุกซ่อนสีแดงเรื่อและหัวใจที่เต้นรัว

 

ผู้บัญชาการหัวเราะเบา ๆ มือยกขึ้นสวมกอดเขาตอบเอาไว้พลางตบลงบนแผ่นหลังกว้างเหมือนจะช่วยปลอบ พอนึกได้เลยเอ่ยปากถาม “ทำไมจู่ ๆ เกิดอยากสารภาพรักขึ้นมา…นอนด้วยกันตั้งหลายครั้งแล้วแท้ ๆ”

 

“นึกได้ว่าไม่เคยพูดออกไปเลยน่ะสิ” เลวี่ตอบ มือก็เริ่มซน เลื่อนลงไปลูบตามบั้นท้ายมนได้รูป แล้วแกล้งขยำไปที

 

“งั้นที่ทำกับผมมาตลอดนี่เพราะหิวอย่างเดียวเหรอ” ผู้บัญชาการเลิกคิ้วข้างหนึ่ง ส่วนเลวี่ขมวดคิ้วมุ่น

 

“ไม่ใช่สักหน่อย ถ้าแค่เพราะหิวอย่างเดียว ผมจะมาลงทุนสารภาพรักกับคุณทำไม” ปากบ่นพลาง มือก็บีบจมูกคนขี้แกล้งไปพลาง ก่อนจะก้มลงไป…

 

“ฮึบ” สอดมือช้อนตัวอีกคนอุ้มขึ้นพาดบ่าจนผู้บัญชาการตกใจ

 

“ถือว่าการฝึกสารภาพรักสำเร็จด้วยดี…ไหน ๆ ผมก็จะไม่ได้ออกไปข้างนอกอาทิตย์นึงแล้ว” ซินเนอร์หนุ่มคลี่ยิ้ม เหลือบมองคนที่อุ้มอยู่ด้วยท่าทางซุกซน ก่อนจะยกมือขึ้นตบลงบนบั้นท้ายนุ่มแปะ ๆ

 

“จะกกคุณไม่ให้ไปไหนเลย ผู้การ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

10:45 PM

DEMON

Mission : ให้จูบส่วนใดก็ได้ของร่างกายอีกฝ่าย



 

“ผู้การ…”

 

เดมอนเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของผู้บัญชาการ เห็นร่างที่ฟุบอยู่บนโต๊ะแล้วก็ต้องเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ

 

ทำงานจนเผลอหลับไปเหรอ

 

ซินเนอร์ในชุดเสื้อนอกสีแดงก้าวเข้าไปข้างเก้าอี้ของผู้บัญชาการ ก้มลงมองใบหน้าที่หลับตาพริ้มคากองเอกสาร มือยังจับปากกาเอาไว้อยู่เลย

 

เขาผ่อนลมหายใจวางมือลงบนไหล่บาง เขย่าเบา ๆ

 

“ผู้การ ตื่นเถอะ” พร้อมกับเสียงนุ่มเอ่ยเรียก แต่ฝ่ายนั้นดูจะเพลียจัดจากการโหมงานหนักจนไม่ยอมลืมตา

 

“อืออ” เพียงแค่ส่งเสียงครวญครางเบา ๆ เหมือนลูกแมวงอแง และขยับใบหน้าเล็กน้อยเหมือนหาท่าทางให้หลับสบายขึ้น

 

ปลายนิ้วของเดมอนเคลื่อนไปเกลี่ยผมที่ลงมาปรกใบหน้าสวยออกไม่ให้รำคาญ มองไปก็อดจะนึกสงสารไม่ได้ ดูจากปริมาณงานที่กองเต็มโต๊ะแล้ว เขาก็พอเข้าใจว่าทำไมผู้บัญชาการถึงฟุบหลับไปแบบนี้

 

เขาคิดอย่างลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนใบหน้าเข้าไป

 

จุ๊บ…

 

กดริมฝีปากลงข้างแก้มขาวแผ่วเบา

 

และรีบผละออกมาแทบจะทันทีเพราะกลัวจะไปปลุกผู้บัญชาการเข้า

 

ใจหนึ่งอยากจะปลุก เพราะไม่รู้ว่าอีกคนมีงานที่ต้องรีบสะสางให้ทันภายในวันนี้ไหม แต่อีกใจก็อยากจะพาไปนอนมากเหลือเกิน เพราะขืนปล่อยไว้แบบนี้ ได้ตามมาด้วยอาการปวดมหาศาลแน่

 

“อือ เดมอน…” ขณะกำลังตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรดี ก็รู้สึกขึ้นมาว่ามือถูกดึงไปแนบแก้มขาวของคนที่ดูเหมือนจะติดไออุ่นของเขาเสียแล้ว

 

มองภาพนั้น เดมอนก็คลี่ยิ้มบางด้วยความเอ็นดูอย่างอดไม่ได้

 

น่ารักจริง ๆ นั่นล่ะ

 

“ถ้าตื่นแล้วก็ลืมตาเถอะ” เขาเอ่ยปาก พลางปลายนิ้วก็เกลี่ยแก้มนุ่มไปอย่างทะนุถนอมอ่อนโยน เสียงหัวเราะเล็ก ๆ ดังขึ้นจากคนตรงหน้าพร้อมกับดวงตาสีเทาที่เปิดขึ้นมาข้างหนึ่ง

 

“กลับมาแล้วเหรอ เดมอน”

 

“อืม กลับมาแล้ว…กลับไปนอนบนเตียงดี ๆ ไหม” เขาเอ่ยถาม ร่างสูงใหญ่ขยับทรุดลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าผู้บัญชาการ ซึ่งฝ่ายนั้นก็ยอมขยับลุกจากโต๊ะมานั่งพิงหลังกับเก้าอี้ ยกมือจะขยี้ตา ท่าทางยังงัวเงีย เดมอนจึงคว้าจับมือนั้นไว้ก่อน ดึงมากดริมฝีปากจูบเบา ๆ “ไม่ขยี้ตาสิ เดี๋ยวฉันพาไปล้างหน้า”

 

ผู้บัญชาการที่มองภาพนั้นอยู่หลุดยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะใช้สองมือประคองใบหน้าคมคายให้เงยขึ้นมา และโน้มไป

 

จุ๊บ

 

กดริมฝีปากจูบลงบนรอยแผลเป็นเหนือสันจมูกของเดมอนอย่างอ่อนโยน จนคนถูกจูบเลิกคิ้วเล็กน้อย

 

“รักนะ เดมอน”

 

กระนั้นเมื่อได้ฟังคำบอกรักก็คลี่ยิ้มบางออกมา เขาส่ายหน้าอย่างอ่อนใจให้กับสีหน้าท่าทางซุกซนตรงหน้า ก่อนจะประคองใบหน้าสวยรั้งมาหา

 

“รักเหมือนกัน ผู้การ”

 

เพื่อประทับริมฝีปากจูบลงบนริมฝีปากอุ่น ขยับคลอเคลียไปช้า ๆ อย่างอ่อนโยนนุ่มนวล ผู้บัญชาการยกสองแขนขึ้นสวมกอดรอบคอเขาไว้ กดใบหน้าแนบลงรับสัมผัสตอบด้วยความเต็มใจ สองมือใหญ่สอดไปจับเอวบาง เหมือนแกล้งให้คนตัวเล็กกว่าบิดเร้าเล็ก ๆ จากความร้อนบนฝ่ามือ

 

“คุณยังต้องทำงานต่อไหม” ก่อนจะผละออกมาเอ่ยปากถาม ดวงตาก็มองใบหน้าแดงเรื่อชวนเอ็นดู

 

“ผมว่าจะพักแล้ว สมองไม่ทำงานแล้วล่ะ” ผู้บัญชาการเลยหัวเราะพลางส่ายหน้าไปมา มือเกลี่ยเส้นผมสีดำยาวประบ่าของผู้พิทักษ์แสนดีตรงหน้าไปด้วยอย่างเพลิดเพลิน “ไปนอนพักกับคุณดีกว่า”

 

“เอาแบบนั้นเหรอ…” เดมอนฟังแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ จึงโน้มใบหน้าไปจูบลงบนหน้าท้องแบนราบนั้นเบา ๆ คลอเคลียไปมาเหมือนแกล้งให้จั๊กจี้เล่น “ผู้ช่วยไนติงเกลจะไม่ดุคุณใช่ไหม”

 

“ถ้าผมเซ็นผิดเซ็นถูก น่าจะโดนดุมากกว่าอีก” ผู้บัญชาการยิ้มน้อย สองมือสวมกอดร่างแกร่งตรงหน้าเอาไว้ด้วยความรัก “พาผมไปนอนทีนะ เดมอน…อยากกอด อยากจูบคุณจะแย่”

 

“คุณนี่อ้อนเก่งขึ้นทุกที” ถึงปากจะว่าแบบนั้น แต่มือใหญ่ก็สอดไปช้อนอุ้มร่างเล็กขึ้นมา ก้มลงกดจูบบนหน้าผากมนเบา ๆ ด้วยความรัก “เหนื่อยไหมวันนี้”

 

“อืมมม…” คนที่สองแขนโอบรอบคอเขาจนได้กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ซบหน้ากับไหล่กว้างส่งเสียงลากยาว “เหนื่อยนิดหน่อย แต่ว่าพอได้เจอคุณก็หายเหนื่อยแล้วล่ะ”

 

“พวกนั้นไม่ได้สร้างปัญหาให้คุณมากนักใช่ไหม” ซินเนอร์ร่างสูงเอ่ยถาม เท้าก็ก้าวมุ่งไปยังห้องนอนของผู้บัญชาการที่เขาคุ้นเคยดี

 

“มีวันที่พวกนั้นไม่สร้างปัญหาด้วยเหรอ” ชายหนุ่มหัวเราะ แกล้งซุกหน้าลงกับคอของเดมอน พรมจูบไปทั่ว ๆ และฟัดแถมไปด้วยความหมั่นเขี้ยว

 

“ก็จริงนะ…” คนที่โดนหยอกจนจั๊กจี้เลยหลุดหัวเราะในลำคอเบา ๆ เขาหยุดยืนหน้าห้อง รอให้ผู้บัญชาการสแกนมือเปิดประตูแล้วจึงพาเข้าไปข้างใน

 

เขาประคองวางร่างของผู้บัญชาการลง ทรุดตัวนั่งลงถอดรองเท้าถุงเท้าให้

 

“จริง ๆ คุณไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้เลย” ผู้บัญชาการคลี่ยิ้มบาง เพราะเดมอนมักจะดูแลเขาอย่างนี้เสมอ และเขาเองก็เคยชินไปเสียแล้ว

 

“ฉันเต็มใจทำ…ไม่ต้องคิดมากหรอก” ซินเนอร์หนุ่มตอบ พลางประคองเท้าขาวไว้ ก้มลงจูบบนข้อเท้าเรียวเบา ๆ ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นมา “เตรียมตัวไปอาบน้ำได้แล้วนะ”

 

ผู้บัญชาการเอียงคอน้อย ๆ ลุกขึ้นยืนประชิดร่างเขา พร้อมกับมือซุกซนเอื้อมมาจับเสื้อนอกเขาถอดออก และเดมอนก็ไม่มีความคิดจะขัดขืนเสียด้วย

 

“อยาก…ไปอาบ—” เจ้าตัวทอดเสียงหวาน เงยหน้าขึ้นช้อนตามองเขาราวออดอ้อน พลางดึงรั้งเสื้อยืดสีดำรัดรูปขึ้นแสดงเจตนาชัดเจน “...ด้วยกันไหม?”

 

พูดจบ ริมฝีปากก็กดลงบนแผ่นอกกว้างเปลือยเปล่า

 

และก็ใช่ เขาแพ้ลูกอ้อนของคนคนนี้เป็นที่สุด

 

“เอาสิ”

 

มือใหญ่สอดไปโอบเอวบางรั้งเข้าหาตัว ริมฝีปากกดลงแนบสัมผัส บดเบียดคลอเคลียกับริมฝีปากนุ่ม ยอมขยับเล็กน้อยพอให้ยกแขนถอดเสื้อได้ และเป็นฝ่ายปลดกระดุมเสื้อของผู้บัญชาการออกด้วย

 

เดมอนรวบจับเอวบางของคนที่เหลือแต่กางเกงเอาไว้ รั้งพาเดินเข้าไปในห้องอาบน้ำ ทั้งที่ริมฝีปากยังคงแลกสัมผัสกันไม่คลาย

 

ใจหนึ่งอยากให้ผู้บัญชาการได้พักผ่อน แต่พอถูกจูบแบบนี้แล้ว เขาก็ห้ามใจไม่ไหวอีกต่อไป

 

ไว้สำนึกผิดทีหลังก็แล้วกัน…


 






-------

ฟิคนี้ตอนแรกตั้งใจจะลงเป็นฟิควาเลนไทน์ค่ะ แต่ไม่ทัน ก็เลยมาเป็น late valentine แทนแล้วกัน

 

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม