Path to Nowhere : Salvation (Demon x M!Chief)

 Title : Salvation

Pairing : Demon x Male Chief

Fandom : Path to Nowhere

Rate : R18

 

Original Publish (4 Mar 2023)

https://www.readawrite.com/a/2aad6d5d45c7414c54b95c470b518e26

 

* Warning *

OOC, มีการเปิดเผยเนื้อหาการสอบสวน (Interrogation) ของเดมอน

 

* R18 Content *

Consent, Unsafe Sex (No Condom) , Nipples Play, Anal, Blowjob

 

sds

 

 

 

 

 

 

 

 

ไม่รู้ว่าจูบแรกนั้น…

 

คือความเห็นใจ ความสงสาร ความสมเพช

 

หรือว่า…






 

แสงสว่างคือสิ่งแรกที่รับรู้ได้ ตอนที่รู้สึกตัวอีกครั้ง…

 

เดมอนจ้องมองดวงไฟบนฝ้าเพดานสีขาว ร่างกายยังคงหนักอึ้ง กระนั้นสมองก็ประมวลผล คาดเดาได้ว่าสถานที่แห่งนี้คงจะไม่พ้นเป็นห้องพยาบาลของเรือนจำ MBCC แน่

 

เขาค่อย ๆ คิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น นับตั้งแต่วันขึ้นศาล มาจนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างสุดท้าย

 

ต่อสู้กับคอร์รัปเตอร์จนร่างกายถึงขีดจำกัด ถ่วงเวลาให้ผู้บัญชาการของ MBCC หนีไป เขาไม่น่าจะรอดชีวิตมาได้ด้วยซ้ำ

 

มันเกิดขึ้นได้อย่างไร…แล้วผู้ชายคนนั้นล่ะ



 

“อรุณสวัสดิ์ เดมอน”

 

เป็นเสียงที่ดังขึ้นจากไม่ใกล้ไม่ไกล เรียกให้ใบหน้าเรียบเฉยหันกลับไปมอง เห็นเป็นคนคุ้นเคยที่เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มบาง แต่ก็ดูอ่อนล้าเล็ก ๆ

 

คงเหนื่อย…สินะ

 

“ผู้บัญชาการ” เขาเปล่งเสียงเรียก แม้จะแหบแห้งไปบ้างก็ตาม “ทำไม…”

 

พอหลุดปากออกมา เดมอนก็พบว่ามีคำถามมากมายเหลือเกินในใจ



 

ทำไมถึงไม่หนีไป?



 

ทำไมถึงกลับมาช่วยเขา?



 

ทำไมยังให้เขามีชีวิตอยู่ต่อ?



 

“สัญญาแล้วนี่ ว่าจะกลับไป” ชายหนุ่มอ่อนวัยกว่าส่ายหน้าน้อย ๆ คล้ายจะอ่อนใจในที และขยับตัวนั่งลงตรงเก้าอี้ข้างเตียงเขา “คุณเป็นยังไงบ้าง”

 

“ปกติ” เดมอนตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเคย “คุณล่ะ”

 

“ผมปลอดภัยดี เพราะคุณแท้ ๆ เลย” ผู้บัญชาการหนุ่มเอ่ยตอบ มือยกถาดข้าวต้มที่ถือมาด้วยวางไว้บนโต๊ะข้างเตียง เดมอนอดคิดไม่ได้ว่าคนคนนี้เยี่ยมไข้ซินเนอร์ทุกคนแบบนี้หรือ



 

“คุณปกป้องผมเอาไว้ได้นะ เดมอน”



 

แต่คำพูดที่คนตรงหน้าเอ่ยออกมา ก็ทำให้เดมอนชะงัก เบิกตาเล็กน้อย กระแสความคิด คำถามในหัวหยุดลง

 

คล้ายอีกฝ่ายจะรับรู้ว่าเขากังวลเรื่องอะไร



 

เขาปกป้องใครไม่ได้ ไม่ว่าจะอาเบลหรือเวร่า ครอบครัวแสนสำคัญของเขา

 

นั่นคือบาดแผลในใจเดมอนเสมอมา

 

แต่ด้วยเพียงคำพูดนั้น น้ำหนักในใจก็คล้ายจะเบาลงบ้าง

 

แม้จะน้อยนิดก็ตาม



 

“ขอบคุณ”

 

เขาตอบกลับไป ดวงตามองใบหน้าหมดจดของผู้นำอายุน้อย จนสังเกตเห็นพลาสเตอร์ที่ปิดอยู่ตรงข้างแก้ม

 

ไม่รู้เป็นเพราะอะไร แต่อาจจะเป็นความเคยชินครั้งยังอยู่กับน้องสาว มือใหญ่เลยขยับยกขึ้นไปแตะบนแก้มขาวใส รับรู้ได้ถึงอาการเกร็งเล็ก ๆ ของคนตรงหน้า แต่เขาไม่ได้สนใจมากไปกว่าการใช้นิ้วเกลี่ยไปตามผิวพลาสเตอร์

 

“เจ็บมากไหม?”

 

“ไม่เจ็บแล้ว” ผู้บัญชาการเอ่ยตอบ เดมอนสังเกตเห็นริมฝีปากได้รูปนั้นเม้มเข้าหากันเล็ก ๆ ไหนจะความร้อนจาง ๆ ที่สัมผัสได้ตรงปลายนิ้วนี้อีก

 

เขาจ้องมองริมฝีปากนั้น และบางอย่างก็หวนกลับมาในห้วงความคิด

 

“ผู้บัญชาการ” อดีตหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษเอ่ยปากเรียก คนตรงหน้าเพียงงึมงำตอบในลำคอ ไม่ยอมคลายริมฝีปาก


 

แต่เขาก็เลื่อนปลายนิ้วไป…ทาบลงบนปากที่เม้มแน่นอยู่นั้น



 

“ตอนนั้น…ทำไมถึงจูบ”



 

เพราะเห็นใจเขา…ที่ต้องสูญเสียครอบครัวที่รัก

 

เพราะสงสาร…ที่เขาต้องจมอยู่กับความรู้สึกนั้น

 

เพราะสมเพช…ที่เขาปกป้องใครเอาไว้ไม่ได้เลย

 

หรือเพราะ…



 

“พอดีผมนึกได้…ว่ามีประชุมกับไนติงเกล!”

 

ยังไม่ทันจะตอบคำถาม ชายหนุ่มก็เอ่ยปากขึ้นมาเสียงดัง ราวกับกำลังกลบเกลื่อนบางอย่าง ร่างเพรียวบางรีบขยับลุกขึ้น คลี่ยิ้มแหยให้เดมอน

 

“ไว้จะมาเยี่ยมอีกทีนะ เดมอน”

 

พูดจบก็หันตัวเดินหนีออกจากห้องไปในทันที เดมอนได้แต่ดึงมือตัวเองกลับมา

 

ร่างนั้นหลุดจากมือเขาไปแล้ว และร่างกายเขาตอนนี้ก็ไม่ได้แข็งแรงพอที่จะลุกตามไป เดมอนผ่อนลมหายใจช้า ๆ คราวนี้คงจะต้องปล่อยอีกคนไปก่อน

 

แต่เขาก็…ไม่ได้อยากจะจมอยู่กับคำถามนี้ไปนานนักหรอก



 


 

หลายวันต่อมา หลังจากพักผ่อนจนร่างกายเริ่มฟื้นตัวแล้ว เดมอนก็ได้รับอนุญาตให้ออกจากห้องพยาบาลได้ ก่อนจะกลับห้องขัง เขาเลือกขอจะออกไปสูดอากาศข้างนอกก่อน

 

นับจากวันนั้น ผู้บัญชาการก็ไม่ได้มาเยี่ยมเขาอีก เดมอนไม่รู้ว่าเพราะอะไร คิดเพียงว่าคงจะติดงาน ซึ่งก็นับเป็นปกติของคนคนนั้น

 

ที่แปลกคือในหัวเขายังคงคอยคิดทบทวนเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงก่อนการพิจารณาคดี จนถึงช่วงเวลาที่ไปเดอะรัสต์ด้วยกัน

 

เขาตั้งใจจะนอนเฉย ๆ แต่กลับมีเรื่องของคนคนนั้นวนเวียนกลับมาตลอด



 

‘ผมไม่ใช่ศัตรูของคุณ’

 

‘ให้ผมช่วยคุณเถอะนะ’



 

ไม่ค่อยเข้าใจ ว่าทำไมคนที่มีอำนาจมากขนาดนั้นใน MBCC จึงพยายามเหลือเกินที่จะช่วยนักโทษ…ช่วยฆาตกรอย่างเขา




 

“ไง ฟื้นตัวไวสมกับเป็นนายเลยนะ”

 

เป็นเสียงทักของโซย่าที่เรียกให้เขาหันไปมอง เดมอนเพียงแค่ผงกหัวน้อย ๆ ขณะที่บอสหญิงของลีเจียนคลี่ยิ้มเล็ก

 

“ที่พักนี้ผู้การดูไม่ค่อยมีสมาธินี่…” เธอถาม มือเท้าคาง ศอกเท้ากับหน้าขาที่ยกขึ้นไขว่ห้าง “เกี่ยวกับนายด้วยรึเปล่า”

 

“......”

 

เดมอนยังไม่ตอบอะไร คล้ายกำลังคิดตามอยู่ว่าเกี่ยวอะไรกับเขากัน

 

“ตั้งแต่กลับมาพร้อมนาย…หมอนั่นก็ดูแปลกไปชอบกล ลนลานประหลาด” โซย่าว่า ดวงตาคมสวยจ้องมองเดมอนอยู่ตลอดเวลา “เลยอยากรู้ว่าไปเจออะไรกันมา”

 

“ฉันไม่รู้” สุดท้ายเดมอนก็เปิดปากพูด เขาก็สังเกตว่าผู้การท่าทางแปลกไป โดยเฉพาะหลังจากถามเรื่องจูบ และเขาอยากรู้คำตอบเรื่องนั้นไม่แพ้โซย่า

 

“ไม่รู้จริงน่ะเรอะ” โซย่ายิ้มซุกซน มองมาที่เขาราวกับจะคาดคั้นเอาคำตอบ ซึ่งเดมอนก็เพียงแค่ส่งสายตาเยือกเย็นกลับไป “โอเค ๆ ไม่รู้ก็ไม่รู้”

 

พอไม่ถูกคาดคั้นต่อ เดมอนก็พยักหน้าน้อย ๆ หันกลับไปมองบรรยากาศนอกรั้วลูกกรงอีกครั้ง แต่ในหัวเขาก็ยังคงคิดตามสิ่งที่โซย่าพูดอยู่

 

ไม่มีสมาธิ…ไม่ปกติหรือ

 

“คิดอะไรอยู่” เขารู้ตัวว่าโซย่ามองอยู่ตลอด แค่ไม่ได้คาดว่าอีกคนจะถามอะไรขึ้นมาอีก เหมือนบอสของลีเจียนจะอยากรู้คำตอบเสียจริง

 

เดมอนเลือกที่จะไม่ตอบอะไร เพียงแค่หันตัวเดินออกมาจากตรงนั้น โดยมีพวกผู้คุมวิ่งตามหลังมาด้วย เขามีที่ที่จะต้องไป มีคนที่จะต้องไปเจอ และหาคำตอบของคำถามที่ค้างคามาหลายวัน

 

“โอ๊ะ…”

 

ก่อนเขาจะเปิดประตูเข้าไปในห้อง มันก็ถูกเปิดออกด้วยมือของหญิงสาวที่ชะงักไปเช่นกันพอเห็นเขา

 

“ผู้บัญชาการอยู่ไหม” ผู้ช่วยไนติงเกลกะพริบตาปริบครั้นได้ยินคำถาม เหมือนจะนึกไม่ถึงว่าคนอย่างเขาจะมาถึงนี่เพื่อตามหาผู้บัญชาการ ก่อนเธอจะกระแอมเล็กน้อยคล้ายจะเรียกสติ

 

“กำลังอยากพบคุณพอดี ผู้ต้องขังเดมอน”

 

คำพูดนั้นชวนให้เดมอนแปลกใจ

 

“มีภารกิจหรือ” และนี่ก็เป็นสิ่งแรกที่เขานึกถึง เพราะการที่ผู้บัญชาการ หรือผู้ช่วยไนติงเกลต้องการพบเขา เหตุผลก็คงจะมีไม่กี่อย่างเท่านั้น

 

“ใช่ค่ะ…ไปเตรียมตัวเถอะ” ไนติงเกลพยักหน้า เดมอนเองก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม เพราะการออกไปปฏิบัติภารกิจ อาจจะช่วยลดความฟุ้งซ่านในหัวเขาลงบ้างก็เป็นได้


 


 

ภารกิจนี้ประกอบด้วยผู้บัญชาการ ตัวเขา โซย่า น็อกซ์ แลงลีย์ ไอรีน และแอเรียล การที่ต้องใช้ซินเนอร์ระดับ S มากขนาดนี้ เดมอนก็พอจะเดาได้แล้วว่าศัตรูครั้งนี้คงจะอันตรายมาก

 

“ขอโทษด้วยนะ”

 

ระหว่างเดินทาง ผู้บัญชาการหนุ่มก็เอ่ยปากออกมา เดมอนถือโล่ประจำตัว นั่งหลังเหยียดตรง ใบหน้ามองตรงไปข้างหน้าไม่ล่อกแล่ก แต่หูก็รับฟังเสียงจากข้างกายตลอด

 

“คุณเพิ่งฟื้นตัวก็ต้องออกมาปฏิบัติภารกิจใหญ่แบบนี้” ฝ่ายนั้นดูรู้สึกผิดเสียจนเดมอนต้องเหลือบตาไปมอง อีกคนไม่ได้เงยหน้ามองเขา มือประสานกันอยู่บนหน้าตัก ปลายนิ้วเขี่ยกันไปมา บ่งบอกความกังวลชัดเจน “ผมต่อรองกับไนติงเกลแล้ว…ว่าเป็นเคเค หรือเชลซีได้ไหม แต่เธอบอกว่ายังไงภารกิจนี้ก็ต้องเป็นคุณ”

 

“ไม่เป็นไร” เดมอนเอ่ยเสียงเรียบ เพราะเขาเองก็ตั้งใจอยากจะมาด้วยอยู่แล้ว พอตอบไปแบบนั้น ปลายหางตาก็แอบเห็นใบหน้าหมดจดเงยขึ้นมามองเขา

 

“เดมอ—”

 

“ผู้การ ถึงพื้นที่แล้วครับ” แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไรก็ถูกขัดด้วยเสียงของพลขับเสียก่อน เจ้าตัวเลยผ่อนลมหายใจช้า ๆ แล้วพยักหน้าให้ซินเนอร์ทุกคนลงจากรถ

 

“คอร์รัปเตอร์ที่อยู่ในพื้นที่นี้อันตรายมาก…ทุกคนระวังด้วยนะ” คนที่ตามลงมาเป็นคนสุดท้ายเอ่ยปาก ดวงตากวาดมองพื้นที่โดยรอบ กลิ่นอายอันตรายของเดอะรัสต์ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย

 

เดมอนก้าวไปหน้าสุด พร้อมกับโล่ที่ยกขึ้นเตรียมพร้อมสำหรับการปะทะ เสียงคำรามของเหล่าผู้ติดเชื้อดังแว่วมาจากไม่ใกล้ไม่ไกล ซินเนอร์ทุกคนเตรียมอาวุธพร้อม ไอรีนและแอเรียลประกบอยู่ข้างผู้บัญชาการ

 

อีกครั้ง…ครั้งนี้เขาจะต้องปกป้องเอาไว้ให้ได้



 



 

จำนวนของคอร์รัปเตอร์ที่โถมเข้ามาโจมตีมีมากเกินไป

 

“ทำไมมันไม่หมดสักทีวะ!” โซย่าสบถด้วยความหงุดหงิด ทั้งที่เป็นคนชอบการต่อสู้ แต่ศัตรูมากขนาดนี้ก็ชวนให้โมโหจริง ๆ

 

“ผู้การ…ไหวไหมคะ” แอเรียลหันไปถามชายหนุ่มที่ใช้พลังช่วยซัพพอร์ทอยู่ตลอดเวลา จนเริ่มหอบหายใจแล้วอย่างเห็นได้ชัด

 

“ผมไหว”

 

เดมอนเหลือบตากลับไปมองคนที่ดูก็รู้ว่าเหนื่อยมากแล้ว ไหนจะต้องคอยซัพพอร์ท คอยระวังศัตรูที่จะเข้าหา ดูยังไงก็ไม่น่าจะไหวเกินสิบนาที

 

“เดมอน!” เสียงร้องเตือนของแลงลีย์ดังขึ้น ชายหนุ่มหันกลับไป ก่อนจะรีบยกโล่ในมือขึ้นป้องกันการโจมตี

 

“อึก!” แต่น้ำหนักของมือขนาดยักษ์ที่ฟาดลงมาก็ส่งแรงสะท้อนมาทั่วทั้งร่าง จนรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวด เพราะร่างกายก็เพิ่งจะฟื้นตัวด้วย รับแรงมากขนาดนี้ แม้แต่เขายังต้องหยีตา

 

“เดมอน…!” ได้ยินเสียงของผู้บัญชาการดังขึ้นจากด้านหลัง กระตุ้นให้เขารู้สึกตัวว่ามีคนที่จะต้องปกป้องเอาไว้ให้ได้อยู่ โซย่า น็อกซ์ และแลงลีย์ขยับตัวพร้อมกัน พุ่งเข้าโจมตีคอร์รัปเตอร์ยักษ์ที่กำลังทิ้งน้ำหนักโจมตีเขาอย่างไม่ปรานี

 

เดมอนนับถอยหลังในใจ พยายามอดทนต้านรับแรงมันให้ได้…จนกระทั่ง

 

กรงเล็บสุดท้ายของโซย่าปลิดชีพมันได้ในที่สุด

 

“เดมอน!”

 

เขาทรุดลงกับพื้น ดีที่ใช้โล่ประจำตัวค้ำเอาไว้ทัน จนไม่ล้มหน้าฟาด เป็นผู้บัญชาการที่เข้ามาถึงตัวเขา ช่วยประคองเอาไว้ เดมอนเงยหน้าเล็กน้อย สบเข้ากับดวงตาที่มองมาด้วยความเป็นกังวล

 

“ทำไม…”

 

ถึงทำสีหน้าเจ็บปวดแบบนั้น

 

เขาอยากจะเอ่ยถาม แต่ร่างกายไร้เรี่ยวแรงสิ้นดี

 

“อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย…แอเรียล รักษาให้เขาที เดี๋ยวจะพากลับไปที่เรือนจำนะ” ผู้บัญชาการเอ่ยตอบ มือประคองเขาเอาไว้ หันไปเรียกเด็กสาว

 

แต่วินาทีก่อนแอเรียลจะก้าวเข้ามานั้น



 

ครืน—!



 

อะไรบางอย่างก็ดังขึ้น เดมอนได้สติรีบยกมือที่แทบไม่เหลือแรงขึ้นโอบกอดผู้บัญชาการที่อยู่ใกล้กับเขาที่สุดเอาไว้

 

ก่อนร่างทั้งสองจะร่วงหล่นลงไปในรอยแยกของพื้นดิน



 


 

“—มอน เดมอน! ตื่นเถอะ!”

 

“.....!”

 

ร่างกายของเดมอนกระตุกเฮือกขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเรียก แต่เขารู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่เสียง แต่เป็นอาการกระตุกข้างในด้วย

 

“ขอโทษ…คุณไม่ตื่นสักที ผมเลยต้องใช้แชคเกิล” พอหันไปมองคนข้างตัวเลยเห็นกำลังทำสีหน้ารู้สึกผิดอยู่

 

“ไม่เป็นไร…คุณปลอดภัยนะ?” เดมอนพยักหน้าน้อย ๆ พลางสายตาก็มองสำรวจร่างกายนั้นด้วย เสื้อที่อีกคนมักจะสวมคลุมไหล่หายไปแล้ว เหลือแค่เชิ้ตสีดำที่มีรอยขาดเห็นแผลถลอกตามเนื้อตัว ยิ่งทำให้ร่างกายดูเพรียวบางขึ้นไปอีก

 

“อืม ผมปลอดภัย…เพราะคุณช่วยรับแรงกระแทกแทนนั่นล่ะ”

 

เมื่อว่าแบบนั้น เดมอนจึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าเขายังนอนอยู่บนพื้น ร่างกายเจ็บปวดไปหมด แต่ด้วยพลังของมาเนียในตัว มันก็กำลังค่อย ๆ เยียวยา ฟื้นฟูตัวเองทีละนิด

 

“ลุกไหวไหม เดมอน เราต้องออกไปจากตรงนี้ก่อน”

 

เดมอนกวาดสายตามองโดยรอบ พบว่าตอนนี้รอบกายเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง โครงสร้างดูไม่มั่นคง พร้อมจะถล่มลงมาทุกเมื่อ ถ้าจะออกไป เขาต้องมีแรงมากพอจะพังมันและปกป้องคนข้าง ๆ นี้ด้วย

 

“ขอเวลาอีกนิด” เลยตัดสินใจเอ่ยปากไป รอให้ร่างกายฟื้นตัวก่อน “คนของคุณล่ะ”

 

“อุปกรณ์สื่อสารของผมเสีย” ผู้บัญชาการตอบ พอเขาออกปากขอเวลา เจ้าตัวก็ไม่ได้เร่งเร้า นั่งอยู่เป็นเพื่อนข้าง ๆ “ในนั้นมีเครื่องติดตาม พังไปพร้อมกัน…แต่ผู้ช่วยไนติงเกลคงจะส่งคนออกค้นหาแล้ว คงใช้เวลาพอสมควร เพราะไม่รู้พิกัดเรา”

 

“งั้นเหรอ…” เดมอนขานรับเท่านั้น ลองขยับนิ้ว รวมถึงแขนขาเพื่อตรวจสอบอาการบาดเจ็บของตัวเอง และค่อย ๆ ดันตัวลุกขึ้นมา จนผู้บัญชาการต้องรีบขยับมาประคอง

 

“ก่อนหน้านี้เกิดแผ่นดินแยก คิดว่าตอนนี้เราคงอยู่ใต้พื้น แต่ซากปรักหักพังถล่มลงมาปิดทางด้านบน ถ้าเอาเฮลิคอปเตอร์มาหาคงไม่เจอ” ชายหนุ่มอ่อนวัยกว่าเอ่ยปาก ขณะที่เดมอนหยิบโล่มา กระชับเอาไว้ในมือ

 

“ต้องหาทางขึ้นไปข้างบนให้ได้ก่อน…ซากด้านบนนั่นไม่มั่นคง ถ้าถล่มลงมา โล่ของฉันคงรับไม่ไหว ตามมา” เดมอนบอก เท้าก้าวเดินนำไป มองหาช่องว่างที่น่าจะพอผ่านออกไปได้ และเขาก็รับรู้ได้ว่าคนตัวเล็กกว่าเดินตามมาตลอด

 

ใช้เวลาพักหนึ่ง เดมอนก็พบช่องที่น่าจะพอลอดออกไปได้ เลยหันกลับไปหาคนด้านหลัง

 

“ขยับเข้ามาใกล้ ๆ” พอเขาบอก ผู้บัญชาการก็ขยับเข้ามาใกล้อย่างว่าง่าย เดมอนดูให้แน่ใจว่าอีกคนอยู่ในระยะปลอดภัยที่เขาจะปกป้องได้หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน แล้วจึงยกโล่ในมือขึ้น กระแทกลงไปบนเศษซากซีเมนต์ขนาดใหญ่ที่ขวางทางอยู่

 

แรงมหาศาลทำให้พื้นที่รอบข้างสั่นสะเทือน เดมอนออกแรงซ้ำ กระแทกซ้ำลงบนสิ่งกีดขวางนั้นอีกครั้งจนแตกออก ก่อนจะยกโล่ขึ้นกำบังด้านบนศีรษะ มือคว้าร่างของผู้บัญชาการหนุ่มให้รีบตามเข้าไป

 

สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าคือทางระบายน้ำใต้ดินขนาดใหญ่

 

“ถ้าเดินไปตามเส้นทางนี้…น่าจะเจอบันไดที่ขึ้นไปบนพื้นผิวด้านบนได้” ผู้บัญชาการเอ่ยปาก ขณะสายตากวาดมองรอบบริเวณ แม้จะมืดไปหน่อย แต่สายตาที่ชินแล้วก็เริ่มปรับให้มองเห็นได้บ้าง

 

“นำไป” เดมอนเลยพยักหน้าให้อีกคนนำ ส่วนเขาก็เดินตามไปข้าง ๆ คอยระมัดระวังให้ตลอดเวลา

 

ใช้เวลาไม่นานก็เจอบันได คนตัวเล็กกว่าเลยอาสาปีนขึ้นไปให้ก่อน

 

“ส่งโล่ขึ้นมาสิ”

 

เขาเงยหน้ามองคนที่เสนอตัวถือโล่ให้ เลยผ่อนลมหายใจช้า ๆ แล้วเอ่ยปากเสียงราบเรียบ “มันหนัก คุณถือไม่ไหวหรอก”

 

พอบอกแบบนั้น อีกคนก็เหมือนจะเพิ่งนึกขึ้นได้ เลยแค่ขยับหลบให้เขาสามารถดันโล่ขึ้นมาได้ โดยที่เจ้าตัวก็ช่วยดึงออกให้พ้นทาง และยื่นมือมาหา

 

เดมอนแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ยอมเลื่อนมือไปจับมือนั้นเอาไว้ ดึงตัวขึ้นจากท่อระบายน้ำ และกวาดสายตามองโดยรอบ

 

ไม่รู้ว่าแบบนี้เรียกโชคชะตาเล่นตลกหรือเปล่า…เพราะว่าพวกเขาทั้งสองได้หวนกลับมายังสถานที่ที่เพิ่งจากไปได้ไม่กี่สัปดาห์

 

เมืองรกร้าง…ในเดอะรัสต์

 

“......”

 

เดมอนหลุบตามองคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ สังเกตว่าผู้บัญชาการไม่ยอมเงยหน้าสบตาเขาเลย “พายุกำลังมา มาเถอะ”

 

แต่เขาก็เก่งในเรื่องการทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก้าวนำร่างข้างกาย เพื่อไปหาสถานที่ที่จะใช้หลบฝนในคืนนี้ก่อน เพราะตอนนี้เมฆดำขนาดใหญ่ตั้งเค้าอยู่เหนือหัว เดมอนนึกถึงสถานที่อยู่ไม่กี่ที่ และที่แห่งนั้น

 

คือสถานที่ที่เขามาพบกับน้องสาวเป็นครั้งสุดท้าย และสถานที่ที่…



 

คนข้างกายจูบเขาเป็นครั้งแรก



 

“ถามได้ไหม ผู้บัญชาการ” ระหว่างเดินไป เดมอนก็เอ่ยปากขึ้นมา อีกคนก็คงแปลกใจที่เขาเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนา แต่เดมอนไม่คิดจะอดทนต่อความสงสัยอีกแล้ว

 

“ทำไมคุณถึงจูบฉัน”



 

กึก…



 

เขาได้ยินเสียงฝีเท้าหยุดชะงัก ร่างสูงเลยหยุดเดิน แล้วขยับตัวหันกลับไปมอง เห็นชายหนุ่มตรงหน้ากำลังหลุบสายตาหนี

 

“คุณเคยถามแล้ว…” ผู้บัญชาการเอ่ยปากเสียงเบา เดมอนเอียงคอเล็กน้อย ขยับก้าวเข้าไปหา และประชิดตัวอีกคนในชั่วพริบตา

 

ก่อนที่ชายหนุ่มจะขยับหนี มือใหญ่ที่สวมเกราะโลหะก็เลื่อนออกไป สัมผัสลงบนแก้มที่กำลังแดงเรื่อ

 

“ใช่ และคุณไม่ยอมตอบ”

 

เขาสังเกตเห็นว่าร่างเล็กกว่านั้นมีอาการสั่นเกร็งอยู่ คล้ายกับภาพในวันนั้น

 

ตอนที่เขาเก็บโครงกระดูกที่เหลืออยู่ของเวร่าเสร็จ เดินกลับไปหาอีกคน เอ่ยปากไปเพียงแค่ว่าเขาพร้อมจะไปต่อแล้ว

 

คนตัวเล็กที่ท่าทางคล้ายกำลังอดกลั้นบางอย่างก็ขยับเข้ามา


 

ประคองใบหน้าเขา ประทับริมฝีปากลงมาบนริมฝีปากเขา


 

เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่เขาได้สัมผัสความอบอุ่นจากมนุษย์อีกครั้ง

 

แม้จะเพียงไม่นาน เพราะสุดท้ายอีกคนก็ผละออก เอ่ยปากชวนเขาเดินทางต่อ ทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

“คุณจูบฉันเพราะอะไร?” เสียงทุ้มต่ำถามย้ำ ร่างกายขยับต้อนร่างนั้นจนชิดกำแพง ด้วยกำลังแล้ว จะอย่างไรผู้บัญชาการก็หนีเขาไม่พ้น “เพราะสมเพช? สงสาร? หรือเห็นใจ?”

 

“...ไม่ใช่” ร่างนั้นเม้มปากแน่น เบือนหน้าหนียอมสบตา

 

“ถ้าอย่างนั้นเป็นความผิดพลาดหรือ”

 

“ไม่ใช่…ไม่ใช่แบบนั้น!” คราวนี้ปฏิเสธเสียงแข็ง จนเดมอนต้องเลิกคิ้วเล็กน้อย ไม่ใช่ความสมเพช ไม่ใช่ความสงสาร ไม่ใช่ความเห็นใจ และไม่ใช่ความผิดพลาด

 

“แล้วเป็นเพราะอะไร” เขาถามย้ำ ปลายนิ้วเลื่อนจากข้างแก้ม ดันปลายคางของผู้บัญชาการให้เงยหน้าขึ้นสบตา ทำให้ยิ่งเห็นชัดเจน


 

ว่าใบหน้านั้นกำลังแดงเรื่อน่ามอง


 

“เป็นอารมณ์ชั่ววูบหรือเปล่า”

 

“จะว่าแบบนั้น…” เสียงของผู้บัญชาการหนุ่มเริ่มอ่อนลง ท่าทางอึกอัก ร่างกายดูเกร็งไปเสียหมด เดมอนเลือกที่จะยังไม่เร่งเร้า แต่เฝ้าจ้องมอง รอคำตอบอยู่ตลอดเวลา

 

“เพราะว่าผม…เห็นคุณดูทรมาน”

 

ในที่สุดคำตอบก็หลุดออกมาจากริมฝีปากอ่อนนุ่มนั้นจนได้ และเป็นคำตอบที่ชวนให้เดมอนแปลกใจอยู่บ้างเหมือนกัน

 

เพราะเห็นเขาทรมาน…งั้นเหรอ

 

“ถ้าอย่างนั้น…นั่นคือการปลอบโยนหรือ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม ปลายนิ้วเกลี่ยไปตามริมฝีปากได้รูป ดวงตาจ้องมองมัน คล้ายจะทบทวนถึงความรู้สึกในตอนนั้น

 

“หรือเป็นความชอบกัน”


 

เหมือนกับคำนั้นจะกระทบใจคนตรงหน้ามากกว่าที่คิด ใบหน้าที่เจือสีเรื่อจาง จึงแดงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เป็นคำตอบโดยที่ไม่ต้องพูดจาอะไรมาก



 

และเดมอนก็เลือกที่จะไม่อดทนอีกต่อไป



 

ริมฝีปากประทับทาบกันและกัน…ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมา



 


 

โล่โลหะถูกทิ้งลงกับพื้น พร้อมกับเสียงประตูปิดไล่หลัง ในห้องเดียวกับที่จูบกันเป็นครั้งแรก

 

เดมอนดันร่างผอมบางกว่าแนบแผ่นหลังกับบานประตู สองแขนของผู้บัญชาการยกขึ้นสวมกอดรอบคอเขา จนได้กลิ่นน้ำหอมที่เจ้าตัวชอบใช้แตะจมูกจาง ๆ

 

ริมฝีปากของทั้งสองบดเบียดเข้าหากันไม่ลดละ มือใหญ่ที่จับกระชับอยู่ตรงเอวได้รูปเริ่มขยับฟอนเฟ้น เรียกเสียงครางในลำคอจากคนตรงหน้าได้เป็นอย่างดี

 

เมื่อพอใจ ใบหน้าคมคายก็ขยับออกมา โน้มลงซุกไซ้ไปตามซอกคอขาว แกล้งขบเม้ม กัดงับ เย้าหยอกคนที่ดูจะเกร็งไปเสียหมด

 

“ดะ เดมอน…อ๊ะ…”

 

เสียงครางของผู้บัญชาการหวานน่าฟัง ปลายลิ้นของเดมอนลากไล้ไปตามลำคอขาว มือขยับกลับมาปลดสายรัดคาดอก กระดุมเสื้ออีกคน ดึงรั้งสาบเสื้อออกจนหลุดพ้นกางเกง ตามด้วยชายเสื้อคอเต่าสีดำด้านใน

 

คนคนนี้แต่งตัวมิดชิด หลายชั้นจริงเหลือเกิน เวลาปกติก็ดี…แต่พอถึงเวลานี้จึงได้รู้สึกว่าทุกอย่างเกะกะไปเสียหมด

 

ใบหน้าคมคายผละจากซอกคอ ร่างสูงย่อตัวลงจนใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับแผ่นอกขาว เสื้อเชิ้ตเปิดออกหมดแล้ว เดมอนดึงชายเสื้อสีดำ รั้งขึ้นให้อีกคน

 

“กัดไว้” ใครจะนึกว่าผู้บัญชาการของ MBCC จะว่าง่ายกับเขาเหลือเกิน พอออกปาก ก็งับชายเสื้อตัวเองไว้แต่โดยดี เปิดทางให้ชายหนุ่มขยับปลายนิ้ว เขี่ยเล่นกับยอดอกสีหวานได้สะดวกขึ้น

 

“อื๊มม…” แตะนิดแตะหน่อยเสียงครางก็หลุดออกมาแล้ว เดมอนจึงกดปลายนิ้วลงนวดคลึงกระตุ้นอย่างช้า ๆ ให้มันค่อย ๆ แข็งตัว ก่อนจะเลื่อนใบหน้าเข้าใกล้ ใช้ลิ้นตวัดชิมส่วนยอดที่แข็งนูนขึ้นมาอวดสายตา

 

ร่างตรงหน้ากระตุกขึ้นเล็กน้อย เดมอนเหลือบตาขึ้นมอง เห็นใบหน้าขาวแดงเรื่อ ดวงตาปิดแน่นคล้ายพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ ยิ่งทำให้เขานึกอยากแกล้งเข้าไปใหญ่ คราวนี้แทนที่จะแค่ตวัด เลยกลายเป็นวาดลิ้นไล้เลีย สลับกับฟันขบหยอก กดลงไปทีไรก็เห็นท่าทางสะดุ้งเกร็ง เสียงหวานหลุดจากลำคอให้ได้ยินตลอด

 

เขาประกบริมฝีปากลงดูดดุนยอดอกนั้น พร้อมกับมือที่เลื่อนมาปลดเข็มขัด ปลดตะขอกางเกงของคนตรงหน้าอย่างคล่องแคล่ว

 

“อื๊อ…เดมอน…” แผ่นอกบางกระเพื่อมไปตามแรงหอบหายใจ พยายามจะส่งเสียงห้ามแม้ปากจะกัดชายเสื้อไว้ แต่ห้ามเหมือนยิ่งยุ

 

พอปลดตะขอได้ เดมอนก็รั้งขอบกางเกงสีขาวนั้นลงพร้อมชั้นใน ผู้บัญชาการเริ่มลนลาน มือพยายามจะดึงกางเกงตัวเองไว้แต่ไม่เป็นผล

 

เผยให้เห็นแก่นกายที่ตื่นตัวขึ้นมาแล้วต่อหน้าคนที่ยอมผละจากยอดอกน่ารักนั้นจนได้

 

“หืม…”

 

ชายหนุ่มส่งเสียงเบา ๆ ในลำคอ มองสิ่งที่ตั้งเด่นอยู่ตรงหน้า ก่อนจะเลื่อนใบหน้าเข้าไป ลากลิ้นไล้เลียไปตามท่อนเนื้อสวยได้รูป แล้วอ้าปากครอบกลืนมันไปทั้งลำ

 

“อื๊อ! เดี๋ยว…” ทำให้ร่างผอมบางเบื้องหน้าสะดุ้ง ริมฝีปากคลายปล่อยชายเสื้อ มือที่เล็กเมื่อเทียบกับเขากดลงบนบ่า ร่างกายบิดเร้า สะท้อนความเสียวเมื่อชายหนุ่มขยับรั้งรูดเข้าออก

 

“อาา เดมอน…เดมอน…” เสียงยามคนคนนี้ครางชื่อเขาช่างน่าฟังเหลือเกิน

 

เดมอนสอดมือไปประคองบั้นท้ายขาว ดันเอาไว้ไม่ให้ขยับหนีจากโพรงปากเขาไปได้ ถือโอกาสขยำนวดเร้าอารมณ์อีกคนไปด้วย ขณะที่เสียงเปียกแฉะดังก้องตามจังหวะที่เขาขยับริมฝีปาก

 

“เดมอน! ผมจะ…ไม่ไหว! อื๊มมม!”

 

ก่อนที่ร่างนั้นจะกระตุกเกร็งขึ้นมา พร้อมกับของเหลวอุ่น ๆ ที่ปลดปล่อยเข้ามาในโพรงปากเขา เดมอนเลือกที่จะยังไม่กลืน แต่ดันตัวลุกขึ้นเต็มความสูง ประคองใบหน้านั้นให้เงยขึ้นมา ก้มลงกดจูบแลกลิ้นอีกครั้ง แบ่งปันรสชาติของอีกคนให้เจ้าตัวได้สัมผัส

 

“อา…” เมื่อผละริมฝีปาก เขาก้มลงมองสบตากับคนตัวเล็กกว่า ที่ดวงตาดูหวานเชื่อม ฉ่ำคลอด้วยน้ำตาอย่างน่าหลงใหล “ผมขอ…ใช้ปากให้คุณด้วยได้ไหม เดมอน”

 

“......”

 

คำขอนั้นคล้ายจะผิดจากที่คาดไปเหมือนกัน แต่เดมอนก็เพียงแค่พยักหน้ารับ




 

นักโทษประหาร…ฆาตกรต่อเนื่องอย่างเขามีหรือจะกล้านึก ว่าจะมีวันที่ผู้บัญชาการของ MBCC มาคุกเข่าอยู่ตรงหน้า




 

เดมอนในตอนนี้ปลดชุดเกราะออกหมดแล้ว เขานั่งอยู่บนเตียง หอบหายใจเสียงต่ำ ยามดวงตาทอดมองคนที่นั่งอยู่ตรงหว่างขา ปลายลิ้นเล็กนั้นกำลังตวัดไปตามท่อนเนื้อใหญ่ที่ตื่นตัวแล้วของเขา

 

ทั้งที่เหมือนจะเป็นครั้งแรก…แต่เดมอนกลับพบว่าคนคนนี้ใช้ปากเก่งกว่าที่คิดเสียอีก ทำให้เขารู้สึกดีเสียยิ่งกว่าโสเภณีที่เคยมีความสัมพันธ์ด้วยสมัยยังใช้ชีวิตเป็นขยะไร้ค่าอยู่ในซินดิเคต

 

“อา…” มือใหญ่ยกขึ้นทาบลงบนศีรษะทุย ออกแรงกดใบหน้านั้นให้โน้มลงมาแนบชิด จนรู้สึกได้ว่าท่อนเนื้อนั้นกดไปลึกแค่ไหน แต่เขาก็ไม่ฝืนนาน เพราะถ้าสำลักจะหมดอารมณ์กันเปล่า ๆ และสำหรับคนตรงหน้าก็ไม่ต้องบังคับมากนัก

 

เพราะริมฝีปากนั้นปลุกเร้าอารมณ์เขาได้ดีมากเหลือเกิน

 

จะไม่ไหวแล้ว

 

“อืมม ผู้บัญชาการ…” เสียงต่ำหลุดคำรามออกไป พร้อมกับร่างกายที่เกร็งจนกล้ามเนื้อหน้าท้องขึ้นชัดเจนใต้เสื้อยืดสีดำ และในจังหวะนั้นที่อีกคนขยับใบหน้าออก

 

“อาาา!”

 

เขาก็เกร็งตัว ปลดปล่อยน้ำสีขาวกระเด็นออกไปเปรอะเปื้อนใบหน้าหมดจดนั้น จนชายหนุ่มอ่อนวัยกว่าต้องหยีตาเล็กน้อย

 

“ขยับออกมา” เดมอนบอก ประคองใบหน้านั้นเงยขึ้นมา เพื่อให้ก้มลงไปจูบประทับอีกครั้ง เขาถอดเสื้อที่อีกคนสวมอยู่ รั้งร่างผอมบางขึ้นมาบนเตียง จับพลิกให้คว่ำลง และแอ่นสะโพกขึ้นเพื่อจะถอดกางเกงออกไปให้พ้นตัว


 

แอบกระซิบขออนุญาตเจ้าของเตียงในใจ หวังว่าเวร่าจะไม่โกรธ


 

“อืออ…เดมอน” พอหลุบมอง ก็เห็นใบหน้าของผู้บัญชาการแดงก่ำ ผิดกับบั้นท้ายขาวได้รูปสวยงามนี้

 

“จะเตรียมให้ก่อน” เขาเอ่ยปากบอก โน้มใบหน้าลงไปประทับจูบลงตรงปากทาง ตามด้วยลิ้นวาดลงไปอย่างไม่รังเกียจ ทำเอาร่างตรงหน้าเกร็งขึ้นเล็กน้อย

 

“ผมยังไม่ได้ทำความสะอาดเลย”

 

“ไม่เป็นไร” เดมอนเอ่ยตอบเมื่อคนตรงหน้าพูดออกมาแบบนั้น ตอนนี้เขาไม่สนใจอะไรแล้ว คิดเพียงแต่อยากจะสัมผัสร่างกายนี้ เขาสังเกตว่าพอมีน้ำลายหล่อลื่นบ้างแล้ว เลยขยับออกมา ใช้นิ้วดันเข้าไปก่อน แน่นอนว่ามันตอดรัดเสียแน่นในทันที “เจ็บไหม?”

 

“.......” ร่างที่กำลังเกร็งจนหลับตาปี๋ส่ายหน้าไปมาแทนคำตอบ

 

“จะค่อย ๆ ทำ” ชายหนุ่มมองแล้วก็นึกเห็นใจ เลยโน้มใบหน้าลงไปประทับจูบบนหลังคอนั้นปลอบโยนเบา ๆ พร้อมกับนิ้วที่ขยับปรับความแน่นในช่องทาง จนผู้บัญชาการหลุดเสียงครางหวานออกมาเป็นระยะ

 

สำหรับเดมอน…นั่นนับเป็นการกระตุ้นจนแทบทนไม่ไหว

 

ร่างสูงโน้มตัวลงไป สอดมือเข้าไปสวมกอดร่างข้างใต้ ใบหน้าคมคายซุกลงกับไหล่เล็ก กระซิบถามเสียงทุ้มต่ำแผ่วเบา

 

“ไม่มีถุงยาง…ใส่เข้าไปได้ไหม?”

 

เสียงนั้นคล้ายจะเป็นการออดอ้อน เช่นที่ไม่เคยทำกับใคร

 

“อือ…” และเขาก็ได้ยินเสียงตอบรับ ดังกระซิบข้างหูด้วยเช่นกัน “ใส่เข้ามาในตัวผมเถอะนะ…เดมอน”


 

ทำให้รับรู้ได้ว่าคนคนนี้…ก็ไม่อยากจะอดทนอีกแล้ว



 

ตอนแก่นกายใหญ่ที่แข็งเต็มที่ชำแรกเข้าในช่องทางนั้น เดมอนก็ต้องหยีตาเพราะแรงตอดรัดคับแน่น แม้จะเตรียมช่องทางไว้บ้างแล้วก็ตาม

 

“ครั้งแรก…สินะ” ชายหนุ่มคำรามต่ำ ถามเบา ๆ พยายามอดกลั้นไม่กระแทกเข้าไป ดวงตาก็มองร่างที่นอนหงายอยู่ตรงหน้า ต้นขาพาดอยู่ข้างเอวเขา เผยสัดส่วนเรือนกายเปลือยเปล่า ผิวขาวเนียนสวยงาม ผิดกับเขา ที่พอปลดเปลื้องผ้าออกหมด ก็เห็นแต่รอยแผลเป็นเต็มตัว

 

“อื้ม…” ผู้บัญชาการตอบกลับ ท่าทางเหมือนกำลังพยายามผ่อนคลายเต็มที่ จนเดมอนอดสงสารไม่ได้ ปลายนิ้วเลยแนบข้างแก้มขาว เกลี่ยปลอบเบา ๆ

 

มือเล็กกว่าของคนตรงหน้ายกขึ้นประคองมือเขาเอาไว้ เอียงแก้มแนบเต็มฝ่ามือ คลอเคลียไปมาช้า ๆ ในสายตาของเดมอน ช่างเป็นท่าทางแสนออดอ้อน เย้ายวนเกินจะห้ามใจไหว

 

“อดทนนะ” เลยขยับมือมา จับเอวบางยกขึ้นให้อยู่ในองศาที่พอเหมาะ

 

เพื่อดันแก่นกายใหญ่เข้าไปรวดเดียว

 

“อ๊า…!” ทำเอาร่างตรงหน้ากระตุกแอ่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงครางหวานเกินอดกลั้น แม้แต่ตัวเขาเองยังต้องหยีตาเพราะความแน่น มือใหญ่เท้าลงกับเตียง พักหายใจ รอให้ช่องทางปรับรับซึ่งกันและกัน

 

“เดมอน…” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียก โน้มลงไปจูบริมฝีปากนุ่มเบา ๆ พร้อมกับมือที่สอดไปสวมกอดร่างเล็กกว่าเอาไว้ และให้อ้อมแขนขาวนั้นสวมกอดเขาตอบได้เช่นกัน

 

“ไหวไหม จะขยับแล้วนะ”

 

“อื้ม ดีขึ้นแล้ว”

 

เมื่อคนตรงหน้าขานรับมาแบบนั้น ชายหนุ่มก็เริ่มขยับเอวช้า ๆ ให้จังหวะเสียดสีเข้าออก กระตุ้นให้อารมณ์ค่อย ๆ เคลื่อนตาม

 

“อา…อ๊า! เดมอน…เดมอน”

 

ดวงตาคมมองใบหน้าแดงเรื่อน่ารัก หอบหายใจตามจังหวะเคลื่อนไหวในช่องทาง ยิ่งได้ยินเสียงคราง ยิ่งได้มองท่าทางนั้นเขาก็ยิ่งทนไม่ไหว จากที่จะอ่อนโยน เลยเริ่มเปลี่ยนเป็นแรงกระแทก

 

“อาา…! ผู้การ!”

 

เสียงครางสองเสียงดังประสานกัน คลอไปกับเสียงเนื้อกระทบซึ่งกันและกัน ยิ่งขยับก็ยิ่งเสียวซ่าน เดมอนไม่มีความคิดจะชะลอจังหวะเลยแม้แต่นิด และคนด้านล่างก็ไม่ได้ห้ามปรามเขาเลยด้วย

 

สองมือแกร่งรั้งเรียวขาขาวแยกออก กายแทรกเข้าไป กระแทกย้ำเข้าในช่องทางที่เปิดรับด้วยความเต็มใจ

 

ร่างของผู้บัญชาการหนุ่มเคลื่อนไปตามแรง เสียดสีกับผ้าปูที่นอนเก่า ๆ จนยับย่น เอวบางบิดเร้า แอ่นตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของเขา เสียงเอี๊ยดอ๊าดของเตียงดังก้องในห้อง

 

นี่ไม่ใช่เซ็กส์ครั้งแรกของเดมอน…แต่ก็นับเป็นครั้งแรกที่เขาทำกับผู้ชายด้วยกัน ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ความกระหาย ความโหยหา อยากจะสวมกอด ให้ร่างนี้ตอดรัดจึงมีมากนัก

 

อาจเพราะเป็นคนคนนี้ก็เป็นได้

 

คนที่เป็นความอบอุ่นแรกในรอบแปดปีของเขา


 

คนที่มอบความรักให้กับขยะไร้ค่าอย่างเขาอีกครั้ง


 

“ผู้การ…ผู้การ…!” เดมอนก้มลงมองสบดวงตาฉ่ำน้ำ มือใหญ่จับเอวบางรั้งขึ้นให้ส่งแรงกระแทกได้ถนัด “ฉันจะ…ไม่ไหวแล้ว”

 

“ผมด้วย…ผมก็ด้วย” เสียงครางพร่านั้นรื่นหูอย่างมากในช่วงเวลานี้ เดมอนปล่อยตัวเอง ไม่อดกลั้น ไม่ฝืนทน

 

“อา…!”

 

ปลดปล่อยเข้าไปในช่องทางร้อนรุ่มนั้น เช่นเดียวกับคนที่ทอดกายอยู่ใต้ร่างเขาก็กระตุกตัวปลดปล่อยออกมา จนของเหลวสีขาวกระจายเปรอะหน้าท้อง

 

เดมอนผ่อนลมหายใจช้า ๆ มองใบหน้าแดงก่ำของคนที่นอนหอบหายใจอยู่

 

ไม่รู้เป็นอะไรที่ทำให้มือเขาเคลื่อนออกไป วางลงบนกลุ่มผมนั้นลูบเบา ๆ พลอยทำให้ดวงตาสีฟ้าสวยฉ่ำน้ำตาปรือเปิดขึ้นมามอง

 

มือเขาไล่จากเรือนผม เคลื่อนมาข้างแก้ม และหยุดตรงริมฝีปากนั้น ทุกการสัมผัสเต็มไปด้วยความทะนุถนอม

 

“เดมอน…” เสียงเรียกทำให้ชายหนุ่มได้สติ เงยหน้ามองสบตากับคนที่ยกมือกุมมือเขาแนบแก้มเอาไว้ เอ่ยถามคำถามที่อ่อนโยนไม่เคยเปลี่ยน “เป็นอะไรหรือเปล่า”

 

“เปล่า…” เดมอนตอบ โน้มใบหน้าลงไปประทับจูบบนริมฝีปากนุ่ม สัมผัสความอบอุ่นเช่นครั้งแรกที่ได้รับที่ห้องนี้



 

“แค่รู้สึกว่าโชคดี…ที่ได้เจอคุณ”



 



 

พายุกระหน่ำทั้งคืน เสียงลมพัดตีหน้าต่างดังชวนรำคาญ แต่กระนั้นกลับไม่อยู่ในความสนใจของสองร่างที่กอดรัดซึ่งกันและกัน แลกเปลี่ยนสัมผัสวาบหวาม ความเสียวซ่าน เร่าร้อนแก่กันและกัน

 

จนถึงตอนเช้า พายุจึงสงบ

 

เดมอนเป็นฝ่ายที่ตื่นขึ้นมาก่อน เขาทอดสายตามองร่างที่อยู่ในอ้อมกอด ไล่สายตาไปตามรอยแดงจ้ำตามผิวขาว รอยที่เขาฝากเอาไว้ คล้ายหวังจะแสดงความเป็นเจ้าของคนคนนี้

 

ริมฝีปากสวยมอบจุมพิตให้กันซ้ำแล้วซ้ำเล่าเจือสีเรื่อ เช่นกันกับยอดอกที่ถูกดูดดึงหลายต่อหลายครั้งตลอดคืนจนแดงก่ำ

 

คนคนนี้น่ามองไปเสียหมด

 

“อือ…”

 

จนกระทั่งได้ยินเสียงที่ดังขึ้น เลยรู้ตัวว่าคนตรงหน้ากำลังจะตื่น และก็ไม่ผิดจากที่คิด เพราะไม่นานดวงตาสวยคู่นั้นก็ปรือเปิดขึ้นมา

 

“อรุณสวัสดิ์ ผู้การ”

 

ครั้งนี้เดมอนเป็นฝ่ายเอ่ยทักทาย ใบหน้าหมดจดเงยขึ้นมองเขา ก่อนมันจะแดงเรื่อขึ้นมาจนเจ้าตัวต้องก้มลง กลายเป็นซุกกับอกเขาตามเดิม

 

“อรุณสวัสดิ์ เดมอน”

 

ชายหนุ่มพยักหน้าน้อย ๆ รับคำ พลางมือใหญ่ก็เกลี่ยข้างแก้มขาวเบา ๆ อย่างอ่อนโยน

 

“อยากจะลุกไปอาบน้ำหน่อยไหม” เพราะยังไงอีกคนก็ตัวเปรอะเปื้อนไปหมด ถึงเขาจะเช็ดตัวให้บ้างแล้วก็เถอะ คนตรงหน้าผงกหัว ดันตัวขึ้นเล็กน้อยเพื่อจะลุกขึ้น

 

“อืม…ก็ดีเหมือนกั—!?”

 

ยังไม่ทันขาดคำ ร่างกายก็ต้องกระตุกเกร็ง เดมอนไม่มีท่าทีตกใจแม้แต่นิดเพราะเขาคาดเอาไว้แล้ว…

 

ว่ายังไงอีกคนก็ต้องเจ็บเอว


 

เมื่อคืนก็ไม่ยั้ง ไม่ห้าม ไม่ปรามกันเลยนี่นะ


 

“ฉันอุ้มคุณไปดีกว่า” ร่างสูงขยับดันตัวลุกขึ้น สอดมือช้อนประคองร่างเปลือยเปล่านั้นขึ้นมาในอ้อมแขน จนเห็นสีหน้าตกใจของคนตรงหน้า

 

“ที่นี่มีน้ำให้ใช้เหรอ” คนในอ้อมแขนเอ่ยถาม เดมอนไม่แปลกใจเพราะยังไงที่นี่ก็เป็นเมืองร้างอยู่แล้ว

 

“อืม มี”

 

ชายหนุ่มตอบเท่านั้น ประคองร่างในอ้อมแขนลงในอ่าง แล้วหยิบฝักบัวมาเปิดน้ำให้เห็นว่าแม้จะเป็นเช่นนั้น น้ำที่นี่ก็ยังคงสะอาดใช้ได้อยู่

 

“เดี๋ยวล้างตัวให้…พายุสงบแล้ว คนของคุณคงจะออกค้นหาตัวคุณต่อ” เดมอนบอก ขยับฝักบัวให้น้ำไหลผ่านร่างกายที่เต็มไปด้วยร่องรอยนั้น

 

“คุณทำสีหน้าเหงา ๆ นะ”

 

คำพูดของคนตรงหน้าทำให้เดมอนต้องเงยหน้าขึ้นมามอง กล้ามเนื้อหัวคิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความแปลกใจ

 

“ฉันทำเหรอ”

 

“อืม…” เขาพยักหน้า มือเล็กเลื่อนมาแนบข้างแก้มสาก พร้อมกับรอยยิ้มบางส่งมาให้

 

“เมื่อคืน…ผมมีความสุขมากเลย”

 

และคำพูดที่ทำให้เดมอนใจเต้นแรง อย่างไม่รู้ว่าทำไม…

 

“คุณมีความสุขงั้นเหรอ?” ทั้งที่น่าจะเจ็บมากแท้ ๆ

 

“ผมมีความสุข…” ผู้บัญชาการหนุ่มพยักหน้า ปลายนิ้วเกลี่ยไปตามแก้มเขา คล้ายจะปลอบโยน “เพราะคุณนะ เดมอน”

 

คนตรงหน้าโน้มใบหน้ามา แนบหน้าผากลงกับเขา เอ่ยกระซิบเสียงเบา


 

“ผมชอบคุณ”


 

เดมอนเบิกตากว้างครั้นได้ยินคำนั้น…คำว่าชอบ จากปากคนตรงหน้า เขาเดาได้อยู่แล้วจากท่าทีของอีกคน แต่เมื่อเป็นคำพูดที่ดังออกมาอย่างชัดเจน

 

ก็ทำให้ในอกอุ่นวาบไปหมด


 

ทำไม

 

ทำไมถึงชอบคนไร้ค่าอย่างเขา


 

คำนั้นเดมอนอยากจะถาม แต่ก็เหมือนเป็นครั้งแรกที่เขากลัวคำตอบจนไม่กล้าเอ่ยปาก กระนั้น แม้จะไม่พูด คนตรงหน้าก็เหมือนจะรับรู้ได้อยู่ดี

 

“ทีแรก…เป็นความหลังของคุณที่ชวนให้ผมเจ็บปวดไปด้วย” เสียงนั้นเอ่ยเล่าออกมา “แต่เมื่อได้ค่อย ๆ ทำความรู้จักคุณ ผ่านเอกสาร ผ่านตัวคุณที่แท้จริง ผ่านช่วงเวลาที่เราได้ใช้ร่วมกัน…ก็ทำให้ผมค่อย ๆ ตกหลุมรักคุณ”

 

“คุณน่ะ…แท้จริงแล้วเป็นคนดี คนที่พยายามที่จะปกป้องคนอื่น พยายามที่จะรักษาสัญญา…แต่เพราะสิ่งที่คุณต้องเผชิญ ความแค้น ความกระหายการล้างแค้น เปลี่ยนให้คุณกลายเป็นคนที่คุณเองก็คงไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นได้”

 

“แต่ว่าในท้ายที่สุด…ตัวตนที่แท้จริงของคุณก็ไม่ได้เปลี่ยนไป เพราะคุณยังยอมเสียสละตัวเอง ให้ผมหนีไปขอความช่วยเหลือได้”

 

เสียงนั้นหลุดหัวเราะเบา ๆ เจือด้วยความขมขื่น พร้อมกับสายตาที่เลื่อนขึ้นสบกับเขา

 

“วันนั้น…ตอนเห็นคุณล้มอยู่บนพื้น…หัวใจผมแทบหยุดเต้น”


 

จริงด้วยสินะ…เป็นเสียงของคนคนนี้

 

ที่ปลุกให้เขากลับมาในร่างที่ไร้ชีวิต


 

และในตอนนี้ก็เป็นคนคนนี้…


 

สองแขนแกร่งสอดเข้าไป รวบกอดร่างเล็กกว่านั้นเอาไว้ ใบหน้าคมคายซุกลงกับไหล่เล็ก เดมอนรู้ตัวว่าร่างกายเขากำลังสั่นเทาอย่างไม่เคยเป็น

 

“เดมอน…?” แม้แต่คนถูกกอดยังงุนงง แต่สองมือก็ยกขึ้นสวมกอดเขาตอบ

 

“ให้ฉันได้ปกป้องคุณ”

 

เดมอนเอ่ยปากออกไป กระชับกอดร่างนี้เอาไว้ คล้ายจะไม่อยากปล่อยไปอีก

 

“ฉันสัญญา…คราวนี้จะปกป้องเอาไว้ให้ได้”

 

จะไม่ผิดสัญญา…เหมือนกับคราวของอาเบลและเวร่าอีก

 

ชายหนุ่มขยับออกมาเล็กน้อย ประคองใบหน้านั้นให้สบตากับเขา สั่นเทา แต่น้ำตาไม่ได้ไหลลงมา หรือต่อให้ไหล เขาก็รู้ ว่ามันไม่ใช่ความโศกเศร้า


 

“ฉันอยากจะปกป้องคุณ…ที่ช่วยให้ฉันได้กลับมามีชีวิต”


 

ครั้งนี้ เขาคิดว่าความรู้สึกนี้แน่วแน่และชัดเจนยิ่งกว่าที่เคย


 

“ดังนั้น ให้ฉันได้อยู่ข้างกายคุณ อย่าจากไปในที่ที่ฉันมองไม่เห็นเลยนะ”


 

ถ้ายังอยู่ ถ้าอยู่ข้างกาย ไม่ห่างกัน เขาก็จะปกป้องอีกคนเอาไว้ได้

 

“เดมอน…” คนตรงหน้ามองสบตากับเขา และรอยยิ้มก็คลี่ออกมาบนใบหน้าหมดจดนั้น พร้อมกับใบหน้าที่พยักรับคำ “อืม ผมจะไม่จากคุณไป…นั่นก็เป็นความปรารถนาของผมเหมือนกัน”

 

คำตอบรับนั้นทำให้เดมอนสบายใจขึ้นอย่างมาก เขาพยักหน้ารับคำ

 

“ผู้การ!”

 

“ถ้าอยู่ช่วยตอบด้วยครับ!”

 

ตอนนั้นเองที่เสียงจากด้านนอกตัวตึกดังขึ้น คงเป็นเสียงผ่านโทรโข่ง ถึงดังได้ขนาดนี้

 

“พวกเขาน่าจะมากันแล้ว”

 

เดมอนเอ่ยปาก ลุกขึ้นไปหยิบผ้าเช็ดตัวมา ประคองคนในอ่างขึ้นมาจะได้ซับตัวให้แห้งและกลับไปแต่งตัวกัน

 

“ผมช่วย”

 

และคนตรงหน้าก็ยังมีกะใจจะช่วยเขาแต่งตัวอีก…ก็น่าเอ็นดูดีเหมือนกัน

 

เดมอนก้มลงมองคนที่กำลังช่วยเขาสวมเกราะ และอาศัยจังหวะประคองใบหน้านั้นเอาไว้แล้วโน้มลงไปจรดริมฝีปาก จูบลงบนริมฝีปากนั้นอีกครั้ง โดยที่ผู้บัญชาการเองก็หลับตาลงรับจูบของเขาด้วย


 

แลกเปลี่ยนคำสัญญา…ที่เขาจะไม่ผิดคำพูดอีกแล้ว



 

“กลับไปกันเถอะ”

 

ก่อนจะผละออกมา จับมือนั้นกระชับเอาไว้ในอุ้งมือใหญ่แข็งแรง คนตัวเล็กกว่าคลี่ยิ้มและพยักหน้ารับคำ



 

“กลับไปด้วยกันนะ…เดมอน”

 

 

 

 

 


อาจเป็นทอล์คที่มึนงงบ้าง เพราะสภาพเหมือนไม่ได้นอนเลย /ตุย

จู่ๆ ก็อยากแต่งคู่นี้ค่ะ แง แถมอยากแต่งเรทด้วย เป็นฟิคที่เกิดจากอยากอ่านแต่ไม่มีก็ต้องผลิตเองอีกแล้วค่ะ 555555

ตอนแรกก็แอบๆ ชิปเดมอนกับชีฟชายอยู่นิดหน่อย ยิ่งพออ่าน Interrogation ยิ่งแบบ โอ้ย ไม่ไหวแล้วปะ ก็เลยผุดฟิคนี้ขึ้นมา โดยอาศัยสตอรี่จาก Interrogation ค่ะ สตอรี่ของเขาคือเศร้ามาก น่าสงสารจนอยากส่งชีฟไปกอดๆ ยิ่งประโยคสุดท้ายตอนจบคือทัชใจมาก เจ็บปวดมากด้วย

เอาตรงๆ รู้สึกว่าไม่ได้เขียนฟิคสั้นได้ยาวขนาดนี้มานานแล้ว หวังว่าจะช่วยต่อแพเดมอนชีฟได้บ้างนะคะ! มาหวีดกันเถอะค่ะ! เหงา 5555555

 

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม