Path to Nowhere : The World You Once Dreamed Of (Donald x Julien)

Title : The World You Once Dreamed Of

Pairing : Donald x Julien

Fandom : Path to Nowhere

Rate : PG

 

Inspiration : โลกที่ไม่มีเธอ - PORTRAIT


 

* Warning *

OOC, MAJOR SPOILER, Death, Angst

(สารภาพว่ายังเล่นไม่ถึงบท 13 ค่ะ อาจจะเนื้อหาไม่ตรงตามสตอรี่บ้าง ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้)

 

sds

 

 

วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นและดำเนินมาตลอดเก้าปีสิ้นสุดลงไปแล้ว ซินดิเคตกลับคืนสู่สภาพปกติ ผู้คนส่วนใหญ่เริ่มกลับไปใช้ชีวิตเช่นอย่างเดิม

 

ส่วนใหญ่…เพราะยังมีอีกส่วนที่ไม่มีวันได้หวนคืนกลับมาตลอดกาล

 

วีรบุรุษของเวสต์ดิสทริคต์…ที่หลงเหลือเพียงชื่อสลักไว้บนป้ายหลุมศพ

 

ชายหนุ่มร่างสูงก้าวเข้ามาในสุสาน เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคง ก้องสะท้อนกับพื้นหินอยู่ท่ามกลางความเงียบรอบบริเวณ เขาหยุดตรงหน้าหลุมศพหนึ่ง ยืนนิ่งจ้องมองมันด้วยแววตาอ่านยาก

 

ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงขัดสมาธิบนพื้นหญ้า วางขวดเหล้าและช่อดอกไม้สีขาวที่ถือติดมาลงหน้าหลุม ส่วนอีกขวดเปิดออก ยกขึ้นดื่มไปสองสามอึกแล้วคลี่ยิ้มบาง

 

“ไง…”

 

เอ่ยปากทักทายเจ้าของหลุมศพ

 

“นี่ก็ผ่านมาเดือนนึงแล้วนะ อยู่ทางนั้นเป็นยังไงบ้าง สบายดีหรือเปล่า…จูเลียน” ปลายเสียงยามเอ่ยชื่อนั้นสั่นคลอเล็กน้อย แต่เจ้าตัวก็กล้ำกลืนมันลงไปอย่างแผ่วเบา

 

“แบล็คริงหายไป ซินดิเคตตอนนี้กลับมาสงบสุขแล้ว…ทุกคนกำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่ ช่วยกันซ่อมแซมทุกอย่างให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม คิดว่าอีกไม่นาน เราคงจะฟื้นฟูเวสต์ดิสทริคต์ได้อย่างที่นายต้องการ”

 

ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง ยกขวดเหล้าในมือขึ้นดื่มอีกอึกเหมือนให้คอโล่งขึ้น

 

“ไม่แฟร์เลยนะว่าไหม…ทั้งที่มันคือโลกที่นายอยากจะเห็น แต่กลับไม่ได้เห็นซะอย่างนั้น” เขาหัวเราะเบา ๆ ผิดกับแววตาที่ดูหม่นหมอง “กลายเป็นไอ้คนไม่ได้ความอย่างฉัน…ได้มานั่งเฝ้ามองดูมันแทน”

 

ดวงตาสีเขียวน้ำทะเลหลุบลงมองพื้นหญ้า ไหล่กว้างงองุ้มราวจมอยู่ในห้วงความคิด

 

“นี่ จูเลียน…” ก่อนเสียงแผ่วเบาจะเปล่งออกมา ปลายนิ้วบีบขวดแก้วในมือแน่นขึ้นเล็กน้อย

 

“นายเคยรู้สึกเหงาบ้างไหม”

 

อะไรบางอย่างทำให้เขาถามไปแบบนั้น ชายหนุ่มหลับตาลง ผ่อนลมหายใจช้า ๆ ราวกับกำลังคิดทบทวน

 

“ตลอดเวลาที่ฉันหายไป ตอนที่ฉันไม่อยู่ข้าง ๆ …นายเหงาหรือเปล่า”

 

เขาพยายามนึกภาพของคนคนนั้นที่ยังอยู่ในความทรงจำ ร่างที่แม้จะอ่อนแอจนเดินไม่ได้ แต่กลับเฝ้าคอยดูแลคนอื่น ๆ อยู่เสมอ พยายามอยู่เสมอเพื่อปกป้องทุก ๆ คนที่หวังพึ่งตนเอง





 

‘เจ็บตัวมาอีกแล้วนะ’

 

‘โอ๊ยย! เจ็บ เจ็บ ๆ!’

 

เสียงโวยวายของเด็กหนุ่มดังก้อง เมื่อมือผอมบางแตะสำลีทำแผลให้พลาง ปากก็บ่นไปพลาง

 

‘ไปทำอะไรมาอีกเนี่ย เจ็บตัวมาได้ทุกวัน’ จูเลียนถอนหายใจ มือทิ้งสำลีลงถังขยะ และหยิบพลาสเตอร์ขึ้นมาปิดแผลให้เขา

 

‘น่า…จะเป็นฮีโร่มันก็ต้องมีบาดแผลบ้าง ไม่อย่างนั้นก็ไม่เท่น่ะสิ— โอ๊ย! จูเลียน เจ็บบบ’ ดูเหมือนคำพูดเขาจะไปกระตุ้นต่อมโมโหของอีกคนเข้า เลยโดนดึงหูอย่างแรง

 

‘ฮีโร่ไม่จำเป็นต้องมีบาดแผลสักหน่อย นายปกป้องคนได้โดยไม่ต้องเจ็บตัวน่า’ จนพอใจ จูเลียนจึงละมือออก มองสบตากับเขา

 

เขาคลี่ยิ้มบาง โน้มใบหน้าไปใกล้จนอีกฝ่ายผงะถอยเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้หยุดความซุกซนได้สักนิด

 

จุ๊บ

 

ริมฝีปากนั้นเลยฉวยโอกาสจูบลงตรงหน้าผากของจูเลียนเบา ๆ

 

‘น่ารักที่สุดเลย’





 

“รู้อะไรไหมจูเลียน”

 

พอนึกถึงเรื่องตอนนั้นขึ้นมาก็อดหัวเราะไม่ได้ เขาเสยผมสีทองที่ลงมาปรกหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาหลุบไปอีกทาง

 

“ตอนนั้นฉัน…ตั้งใจเจ็บตัวทุกวัน เพื่อจะได้ไปหานาย ไปขอให้นายทำแผลให้” พูดไปแล้วก็เผลอกัดริมฝีปากน้อย ๆ มือเผลอกำแน่นขึ้น “แค่เพราะว่าอยากเห็นหน้านาย อยากให้นายบ่น อยากให้นายดุ”

 

ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจช้า ๆ มองชื่อที่สลักไว้บนแผ่นหินราวกับโหยหาจากส่วนลึกของหัวใจ

 

“ฉันไม่รู้ว่าผีบ้าอะไรเข้าสิงให้ทำแบบนั้น ฉันไม่ควรทิ้งนายไปเลย” หัวใจบีบรัดด้วยความเจ็บปวด เขารู้ดีว่ามาสำนึกผิดตอนนี้ก็สายเกินไปแล้ว

 

“ฉันแค่อยากปกป้องนายด้วยวิธีของตัวเอง…แต่ดูเหมือนมันจะเป็นวิธีที่ผิดมหันต์”

 

เขาทอดทิ้งจูเลียน ทิ้งให้อีกคนต้องจมอยู่กับความทรมานตามลำพัง

 

“เหมือนกรรมตามสนองเลยนะ”

 

น้ำเสียงนั้นเริ่มสั่นเทา มือบีบขวดแก้วไว้แน่น ข้อนิ้วขึ้นสีขาว แต่ไม่เท่ากับความเจ็บปวด ความผิดบาปที่สลักลึกอยู่ในใจ

 

เขาขยับตัวชันเข่า ซุกหน้าลงไป

 

อยากจะซ่อนน้ำตา แต่เสียงที่เริ่มสะอื้นกลับไม่อาจปิดบังได้

 

“ตอนนี้ฉัน…คิดถึงนาย…มากเหลือเกิน”





 

‘ถ้าวันพรุ่งนี้ฉันตายจากไป นายจะคิดถึงฉันไหม’

 

น้ำเสียงของจูเลียนเอ่ยถาม เขาที่กำลังหอบหายใจหลังปลดปล่อยอารมณ์ออกไปขมวดคิ้วก้มลงมองคนที่นอนอยู่ใต้ร่าง ผิวขาวเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยรอยจ้ำแดง

 

‘เอาจริงดิ มาถามงี้ตอนเพิ่งจะทำกันเสร็จเนี่ยนะ…’

 

‘ตอบมาเถอะ’ มือผอมบางของจูเลียนยกขึ้นแนบแก้มเขา เกลี่ยเบา ๆ อย่างอ่อนโยน ดวงตาสีดำคู่นั้นมองมาราวกับเฝ้ารอคำตอบ

 

คนผมทองผ่อนลมหายใจช้า ๆ ถอนกายออกมาแล้วพลิกตัวลงไปนอนข้าง ๆ สอดแขนโอบร่างของคนที่อยู่ข้างกายเข้ามากอดไว้ ก้มลงกดริมฝีปากจูบกระหม่อมนุ่มไปที

 

‘คิดถึงสิ’

 

และให้คำตอบอย่างตรงไปตรงมา ก้มลงมองสบตากับดวงตาของจูเลียน ปลายนิ้วเกลี่ยไปตามแก้มขาวที่ยังแดงเรื่ออยู่

 

‘เพราะงั้นถ้านายไม่ตายจากไปจะดีกว่านะ’

 

‘ใครจะรู้…’ จูเลียนส่งเสียงตอบ ยกมือประคองใบหน้าของเขาไว้ให้โน้มไปหา และกดริมฝีปากประทับลงแผ่วเบา ก่อนจะขยับเข้าซุกกับแผงอกกว้าง ‘ว่าอะไรจะเกิดขึ้นพรุ่งนี้’

 

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ได้แต่เพียงสวมกอดร่างนั้นเอาไว้แนบสนิท

 

‘พรุ่งนี้ก็เป็นเรื่องของพรุ่งนี้’ และเอ่ยปากตอบกลับไป

 

‘วันนี้นายยังอยู่กับฉัน เท่านั้นก็พอแล้ว’





 

“วันนี้ไม่มีนายแล้ว…จูเลียน”

 

ภาพนี้เขาไม่คิดจะให้ใครได้มาเห็น ภาพของผู้ชายตัวโตที่ขดตัวกอดเข่า มือยกขึ้นพยายามปาดน้ำตาออก

 

“โลกที่นายเคยเฝ้าฝัน…ไม่มีนายอยู่แล้ว”

 

“แบบนั้นแล้วมันจะมีความหมายอะไร”

 

“ชีวิตฉันจะมีความหมายอะไรอีก”

 

ชีวิตที่เขายังหายใจ แต่หัวใจกลับว่างเปล่า…แหลกสลายไปพร้อมกับชีวิตของคนในหลุมศพนี้ ควรเป็นเขาหรือเปล่าที่น่าจะอยู่ในนั้นแทนที่จูเลียน

 

ฮีโร่ของเวสต์ดิสทริคต์ ของดริฟเตอร์แคมป์…ควรจะเป็นผู้ชายที่ชื่อจูเลียน

 

ไม่ใช่โดนัลด์

 

นับจากวันนั้นที่อีกคนจากไป โลกของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้จะยังคงยิ้มแย้ม ทำเป็นเล่นสนุกได้อยู่ แต่เมื่ออยู่ตามลำพัง เขาก็ยังคงติดอยู่ในชิ้นส่วนความทรงจำที่มีร่วมกับจูเลียน

 

ชิ้นแล้ว ชิ้นเล่า…แต่ละชิ้นที่แตกสลาย ค่อย ๆ กลับมาหลอมรวม ปะติดปะต่อกันอีกครั้ง บาดลึกลงในหัวใจซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า

 

เขาได้แต่เพียงภาวนาอย่างไร้ความหวัง...ว่าอยากจะพบกับคนคนนั้นอีกครั้ง

 

อยากจะกอดจูเลียนเอาไว้อีกครั้ง อยากจูบและบอกรัก อยากขอโทษที่ทอดทิ้งไป ขอโทษที่ทำให้เจ็บปวด





 

‘ดอน…อย่าไป’

 

ร่างที่ร่วงหล่นจากรถเข็น พยายามฝืนคลานกับพื้น ลากขาไร้เรี่ยวแรง คว้าชายเสื้อเขาเอาไว้ ร้องขอทั้งน้ำตาอาบแก้ม

 

‘ฉันขอร้อง…อย่าไป’

 

ไม่รู้เป็นอะไรที่ทำให้เขาใจแข็งถึงขนาดดึงตัวเองจากมืออ่อนแรง หันหลังเดินจากมาอย่างเย็นชา





 

เสียงสะอื้นดังก้องอยู่ในความเงียบงันของสุสาน ชายหนุ่มกัดริมฝีปาก พยายามกลั้นน้ำตา แต่พบว่ามันช่างยากเสียเหลือเกิน

 

ภาพของจูเลียนที่ยังคงสดใสงดงาม คลี่ยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน ยังคงติดตรึงอยู่หลังเปลือกตา

 

แต่เขาโอบกอดเอาไว้ไม่ได้อีกแล้ว

 

ตัวเขาที่แสนโง่เขลาในวันนั้น…ได้ทำลายภาพนั้นลงไปอย่างไม่มีวันให้อภัย และไม่มีวันทวงคืนกลับมาได้



 

ดิสซิตี้ ซินดิเคต เวสต์ดิสทริคต์ และดริฟเตอร์แคมป์ถือกำเนิดใหม่อีกครั้ง

 

แต่รักของเขาตายลงไปแล้ว ตายไปพร้อมกับจูเลียน



 

“จูเลียน…”

 

เขาได้แต่เพียงส่งเสียงเรียกชื่อของคนที่ไม่มีวันหวนกลับมา

 

โลกใบนี้ไม่มีจูเลียนที่เขารักอยู่อีกต่อไป




 

“ฉันคิดถึงนาย…”



















 

พระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า

 

ชายหนุ่มยกขวดเหล้าในมือขึ้นดื่มจนหมดพลางผ่อนลมหายใจช้า ๆ

 

เหล้าที่เคยดื่มร่วมกับอีกคนครั้งแรก ทำเป็นหยอกแกล้งไปอย่างนั้นว่าเป็นเหล้าสาบาน มานึกดูตอนนี้แล้วเขาก็อดยิ้มไม่ได้ ปลายนิ้วคลำสิ่งที่สวมไว้บนนิ้วนาง

 

เขาเหลือบตามองหลุมศพนั้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะก้าวเดินออกไป










 

โลกนี้ไม่มีนายอยู่อีกแล้ว

 

แต่ในโลกว่างเปล่าใบนี้ ฉันยังต้องใช้ชีวิตต่อไป



 

หากรีบตายตามไป นายคงจะโกรธฉันแน่

 

ใช่ไหม…

 

จูเลียน














 

สายลมเยือกเย็นของเดือนมกราคมพัดผ่านมา กระทบกับสร้อยคอที่แขวนไว้บนป้ายหลุมศพ พัดกลีบดอกไม้สีขาวที่วางอยู่เคียงคู่กับขวดเหล้าให้ไหวเอน



 

ข้างกันนั้น…คือแหวนสีทองเรียบง่ายวงหนึ่ง

 

แหวนที่ใครบางคนตั้งใจมอบให้แก่ผู้ที่หลับใหลชั่วนิรันดร์อยู่ใต้ผืนดิน






 

แหวนที่สลักชื่อของทั้งสองเอาไว้อย่างบรรจง












































 

‘นี่อะไร? ’

 

จูเลียนเอ่ยถาม ดวงตาสีดำจับจ้องมองสิ่งที่เขาเพิ่งจะสวมให้บนนิ้วนางข้างซ้าย คนผมทองเลิกคิ้วทำตาปริบ ๆ เพราะไม่คิดว่าอีกคนจะถามพาซื่อแบบนี้

 

นี่ยังชัดเจนไม่พอเหรอ

 

‘จูเลียน…’ เขาจับมือซ้ายนั้นขึ้นมา เหมือนจะให้อีกคนดูชัด ๆ ‘ฉันสวมแหวนให้นายที่นิ้วนางข้างซ้ายคืออะไร’

 

‘แล้วมันคืออะไรล่ะ’

 

‘โอ๊ย…นายนี่แกล้งซื่อหรืออะไร หืม หืมม!’ ถูกย้อนมาแบบนั้น เขาก็อดหมั่นเขี้ยวไม่ไหว ต้องจับคนที่นั่งอยู่บนรถเข็นมาหอมหลาย ๆ ฟอดจนจูเลียนหน้ามุ่ย

 

มือใหญ่หันไปหยิบขวดเหล้าที่วางอยู่ข้าง ๆ มา ส่งให้คนตรงหน้าขวดหนึ่ง และส่วนของตัวเองอีกขวด ทิ้งตัวลงนั่งกับพื้น

 

‘นี่น่ะของดีเลยนะ ฉันได้มา ดื่มด้วยกันสิ’

 

‘นายนี่จะทำตัวตามสบายมากไปแล้วนะ’ จูเลียนถอนหายใจ แต่ถึงแบบนั้นก็ยอมเปิดขวดยกดื่มพร้อมกันกับเขา

 

‘เหมือนเหล้าสาบานเลยนะ’ ดวงตาสีเขียวที่จ้องมองภาพของคนผมดำตลอดหรี่ลงเป็นรอยยิ้ม จูเลียนเลิกคิ้วเล็กน้อยเหมือนจะถามว่าสาบานอะไร ‘ก็…’

 

เลยแกล้งลากเสียงเล็กน้อย ขยับลุกขึ้นคุกเข่า จับมือขาวซีดมากระชับไว้เหนือตักของคนที่นั่งอยู่พร้อมกับรอยยิ้มซุกซนและเสียงกระซิบ

 

‘สาบานแต่งงานไง’

 

‘แค่ก!’

 

ก่อนจะหลุดหัวเราะร่าเพราะจูเลียนสำลักยกใหญ่จนต้องช่วยตบหลังตบบ่าปลอบ พอเงยขึ้นก็เห็นใบหน้าขาวกำลังแดงเรื่ออย่างน่ามอง ทำเอาใจกระตุกไปหน่อย ๆ

 

‘พูดอะไรออกมาเนี่ย’

 

‘นี่ฉันจริงจังนะ’ ชายหนุ่มยิ้มบาง กระชับมือเล็กกว่าเอาไว้ กดริมฝีปากจูบลงไปด้วยความทะนุถนอม

 

‘สักวันจะหาแหวนที่ดีกว่านี้มาให้…ถึงตอนนั้นนายจะแต่งงานกับฉันไหม จูเลียน’

 

ได้ยินเสียงจูเลียนผ่อนลมหายใจช้า ๆ พร้อมกับมือที่เอื้อมมาประคองใบหน้าตนขึ้น ให้ริมฝีปากนุ่มอุ่นประทับลงมาบนริมฝีปากของเขาได้

 

‘สัญญารึเปล่าล่ะ’ ใบหน้านั้นผละออกไป จูเลียนเอ่ยถามเสียงเบา โดยที่ปลายนิ้วยังคงแตะแนบอยู่ข้างแก้ม ‘สัญญารึเปล่าว่าจะหาแหวนมาให้ฉันจริง ๆ ’

 

ดวงตาสีเขียวทอประกายสดใสเมื่อได้ยินแบบนั้น มือกระชับมือของคนที่รักเอาไว้ คลี่ยิ้มรับคำรัวเร็วไม่เสียเวลาคิด

 

‘สัญญาสิ!’

 

ริมฝีปากของจูเลียนวาดขึ้นเป็นรอยยิ้ม…รอยยิ้มที่งดงามและสดใสที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาในชีวิต



 

‘งั้น…ฉันจะแต่งงานกับนาย’




 

‘ดอน’



 

 

 

 --------

จู่ๆ ก็นึกถึงเพลงโลกที่ไม่มีเธอขึ้นมา พอดีกับที่แชป 13 ออก เลยรู้สึกว่าเพลงนี้มันโคตรจะเข้ากับดอนจูเลียนค่ะฮือ 

เหมาะกับความรู้สึกของดอนหลังจากเสียจูเลียนไปมาก ขมมาก แต่อร่อยมากเช่นกัน ฮึกฟืด...

 

เรายังเล่นไม่ถึงบท 13 คาอยู่บท 10 ไม่จบสักที ขอโทษด้วยจริงๆ นะคะถ้าไม่ตรงกับสตอรี่ในเกม (; w ;) พยายามเขียนเลี่ยงไม่ไปแตะสตอรี่หลักเยอะมากแล้ว

อาศัยฟังเพื่อนๆ สปอยล์กับเห็นเองจะจะตามหน้าฟีด 5555 แต่ไม่ได้ดูพวกคลิปที่มีคนลงสตอรี่ อยากไปเจอเองตอนเล่นค่ะ

 

จริงๆ ไอเดียนี้ผุดมาตั้งแต่ตอนเขียนฟิค 3P แล้ว ฟังเพลงขม แต่เขียนฟิคหวาน(?) ในที่สุดก็ได้เขียนฟิคขมสักที /น้ำตา

งงมากที่ตอนเขียนฟิคนี้เข้ามือสุดๆ เขียนลื่นไม่สะดุดเลย (ถึงจะจบด้วยนอนเที่ยงคืน ตอนนี้ตาเป็นหมีแพนด้าเหมือนจูเลียนแล้ว) แบบนี้เรียกถนัดขมมั้ย---

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม