Path to Nowhere : Adore (Demon x M!Chief)

Title : Adore

Pairing : Demon x Male Chief

Fandom : Path to Nowhere

Rate : PG13

 

 

Original Publish (4 Jun 2023)

https://www.readawrite.com/a/6b62dddc41266e7404b4e7113706f213

 

 

* Warning *

Main Character dies, Angst, OOC

 

sds

 

 

บรรยากาศในเดอะรัสต์หมองหม่นเหมือนเคย เหล่าคอร์รัปเตอร์ถาโถมเข้ามาไม่ได้หยุด กี่สิบ กี่ร้อย เกินจะนับได้ ซินเนอร์รอบกายผู้บัญชาการแห่งมิโนสเริ่มหอบเหนื่อย

 

และใช่ รวมถึงตัวเขาที่เป็นด่านหน้าด้วย

 

เดมอนพรูลมหายใจ ยกโล่ที่หนักขึ้นเรื่อย ๆ เพราะคราบเลือดที่ติดหลงเหลืออยู่เพื่อปกป้องทุกคน

 

“ไหวมั้ย เจ้าเด็กใหม่” แลงลีย์ที่ยืนประกบข้างผู้บัญชาการเอ่ยถาม มือยกปืน ไล่ยิงพวกคอร์รัปเตอร์จากระยะไกล

 

“ผมไหว—”

 

แต่ในนาทีนั้นที่ไม่มีใครตั้งตัว อะไรบางอย่างก็พุ่งมาจากด้านหน้า ไม่ได้โดนเดมอน โซย่า น็อกซ์ แลงลีย์ ไอรีน หรือแม้แต่ฮาเมล

 

ตุบ…

 

แต่กลับเป็นร่างของผู้บัญชาการหนุ่มที่ทรุดล้มลงกับพื้น

 

พร้อมกับที่พวกคอร์รัปเตอร์หนีหายไปกันหมด

 

“ผู้การ!”

 

เสียงกรีดร้องของฮาเมลดังขึ้น เธอรีบขยับไปประคองชายหนุ่มที่หมดสติไปแล้วขึ้นมาในอ้อมกอด

 

ตรงกลางอกนั้น…มีรอยทะลุจนเลือดสีแดงฉานไหลอาบ

 

“โอ… ไม่ ไม่นะ…” หญิงสาวน้ำตาคลอ ยกมือวางทาบบนแผ่นอกนั้น พยายามจะช่วยรักษาทั้งน้ำตา

 

“ไนติงเกล ผู้การบาดเจ็บสาหัส ส่งฮอมารับด่วน” แลงลีย์เองก็รีบติดต่อผู้ช่วยทันที น็อกซ์และโซย่าต่างก็คอยสังเกตการณ์โดยรอบ เผื่อยังมีคอร์รัปเตอร์หลงเหลือ

 

เดมอนมองคนตรงหน้า เขาได้แต่ยืนนิ่งไม่ไหวติง ไม่รู้จะแสดงอาการ หรือสีหน้าอย่างไร รู้เพียงแค่มือขยับกำแน่น

 

“เดมอน”

 

ไม่รู้นานแค่ไหน เมื่อรู้สึกตัว ไอรีนก็วางมืออยู่บนไหล่เขาแล้ว

 

“ฮอมาแล้ว พาผู้การไปที”




 

ร่างที่ลมหายใจรวยรินมาถึงห้องพยาบาลของมิโนสในเวลาไม่นาน หมอไอรอนและหัวหน้าพยาบาลแอนน์รับช่วงต่อเพื่อช่วยชีวิต

 

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่” เฮลล่ากัดเล็บ พึมพำอย่างอารมณ์เสีย ทันทีที่รู้ข่าว ซินเนอร์ทุกคนก็รีบมาที่หน้าห้องผ่าตัดทันที “ใครมันทำแบบนี้! ซินเนอร์ระดับ S ตั้งหกคน! ทำไมหมอนั่นยัง…!”

 

“อย่ามาโทษมั่วซั่วนะเฮลล่า!” โฮโรหันไปขมวดคิ้วใส่ทันที พูดแบบนั้นก็เท่ากับว่ากล่าวหาบอสที่รักของเธอด้วย! “เรื่องมันเกิดขึ้นกะทันหัน! ใครจะทำอะไรทัน!”

 

“แต่ก็เป็นระดับ S ไม่ใช่รึไง!” เฮลล่าขึ้นเสียงกลับ

 

“ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาตีกันนะ” คาเมเลออนส่ายหน้าไปมา ผู้บัญชาการบาดเจ็บอยู่แท้ ๆ

 

“ชิ!” เฮลล่าส่งเสียงไม่พอใจแล้วหันไปหาคนที่นั่งมองไฟห้องผ่าตัดเงียบ ๆ “เฮคาเต้! เธอว่าไง คนที่รักหมอนั่นมากที่สุดคือเธอนี่!”

 

หาแนวร่วมอย่างเห็นได้ชัด

 

ทว่า…เฮคาเต้กลับส่ายหน้าไปมา

 

“คนที่รักเขาที่สุดไม่ใช่ฉันหรอก” ก่อนดวงตานั้นจะเลื่อนจากไฟ ไปมองคนที่ยืนนิ่งมาตลอดอย่างผิดสังเกต เฮลล่าขมวดคิ้วแล้วหันมองตามไป แล้วก็ต้องทำตาปริบเพราะไม่เห็นรู้เลย

 

คนเยอะแยะ จะรู้ได้ไง ใครวะ

 

“ออกไปให้พ้น!”

 

พอดีกับเสียงตวาดดังขึ้น ทุกคนเลยพากันหันไปมอง เห็นพวกเจ้าหน้าที่จากสภาเมืองหลายคนล้มลุกคลุกคลานออกมาจากห้อง โดยมีร่างของหมอไอรอนเดินตามออกมา ท่าทางหงุดหงิดเห็นได้ชัด

 

“ห้องผ่าตัด อย่าเข้ามาเกะกะ!”

 

แอนน์วิ่งตามมาในจังหวะนั้น เหล่าซินเนอร์ก็ต่างหันไปมองเธอด้วยความไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

 

“คนพวกนี้ขอเข้าไปดูการผ่าตัด แต่ก็คอยสั่งโน่นสั่งนี่ จนคุณหมอทนไม่ไหวน่ะค่ะ” พยาบาลสาวหันมาตอบ ขณะที่ไอรอนเดินต้อนพวกสภาเมืองออกมา

 

“จะวิ่งไปฟ้องใครก็เชิญ แต่อย่ามาวุ่นวายกับห้องผ่าตัดของฉันอีก…ไสหัวไป!”

 

เสียงตวาดนั้นก็ทำให้พวกเจ้าหน้าที่สภาเมืองพากันวิ่งหนีไปหลบหลังไนติงเกลกันหมด จนหญิงสาวต้องถอนหายใจช้า ๆ

 

“เดี๋ยวดิฉันไปส่งค่ะ” ไม่งั้นคงวุ่นวายไม่เลิกแน่

 

“ไอรอน! ผู้การเป็นไงบ้าง!” หลังจากแลบลิ้นปลิ้นตาไล่หลังพวกที่เดินตามไนติงเกลออกไปแล้ว เฮลล่าก็หันไปหาคุณหมอด้วยความกังวล ทุกคนพลอยหันกลับมาฟังคำตอบ

 

“เฮ้อ…” ไอรอนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ท่าทางไม่สบอารมณ์เห็นได้ชัด “ยังไม่ตาย แต่อาการก็ไม่ได้ดีเลย”

 

“หมายความว่ายังไง” เฮลล่าขมวดคิ้ว

 

“หมายความง่าย ๆ …คือถ้าถอดเครื่องช่วยชีวิตพวกนั้นออกหมด เขาก็จะตายทันทีไง” ไอรอนเลยสรุปให้ฟังง่ายที่สุด

 

“ฉันรู้มาว่าพวกสภาเมืองจ้องจะมายึดอำนาจการบริหารที่นี่” แลงลีย์เอ่ยปาก เพราะเธอติดต่อกับคนของตัวเองเรียบร้อยแล้ว “ที่เข้าไปวุ่นวายในห้องผ่าตัด คงคิดจะหาทางทำให้เธอปล่อยเขาตายนั่นล่ะ”

 

“ไอ้พวก****นั่น!?” เฮลล่าเบิกตากว้างแล้วส่งเสียงสบถออกมาไม่ขาดปาก

 

“แปลว่าถ้าสบโอกาส พวกมันก็อาจจะมายุ่งวุ่นวายอีกสินะ” ไอรีนยกมือแตะปลายคางคิดตาม จนทุกคนต้องหันไปมองหน้ากัน

 

แบบนั้น…

 

“จัดเวรเฝ้าดีไหมล่ะ” กระทั่งโซย่าเสนอความคิดขึ้นมา “ผลัดกันคอยดูไว้ตลอด ไม่ให้พวกมันเข้ามายุ่งกับหมอนั่น”

 

“ก็ดีเหมือนกันนะ” แลงลีย์ฟังแล้วก็เห็นด้วย ไอรีนเองก็เช่นกัน ส่วนน็อกซ์ชะโงกมองคนที่หลับอยู่ในห้อง ฮาเมลกอดตัวเองไว้

 

“ไม่มีอะไร…ที่เราจะทำเพื่อเขาได้ดีกว่านั้นเลยเหรอคะ” แอเรียลเอ่ยปากถามเสียงเบา แลงลีย์ผ่อนลมหายใจ วางมือลงบนไหล่เธอเบา ๆ

 

“นี่คือสิ่งที่ดีที่สุด…ที่เราทำได้แล้ว”

 

ทุกคนต่างก็ตกอยู่ในความเงียบ ทอดสายตามองคนที่หลับอยู่บนเตียง ถูกเข็นออกมาช้า ๆ โดยมีเครื่องช่วยชีวิตพ่วงระโยงระยาง

 

“จะเอาเขาไปไหน” เฮลล่าถาม เท้าจะก้าวตามไปแล้ว แต่ไนน์ตี้ไนน์ดึงเอาไว้ก่อน

 

“ไปห้องไอซียู” ไอรอนตอบ “เราต้องสังเกตอาการของเขาตลอดเวลา ถ้าทรุดลงจะได้ช่วยเหลือทัน”

 

“ฝากเรื่องนั้นด้วยนะ” แลงลีย์เอ่ยปากฝากฝัง พลางสายตาก็มองทุกคนรอบ ๆ จนหยุดลงที่เดมอนที่เผยอปากขึ้น

 

“ฉันมีเรื่องต้องบอกทุกคน”






 

 






 

อาการของผู้บัญชาการแห่งมิโนสคงที่ตลอดบ่าย ไม่ทรุดลง แต่ก็ไม่ได้ดีขึ้น ซินเนอร์ผลัดกันไปเฝ้าคนละสองชั่วโมง บางคนก็เฝ้าคนเดียว บางคนก็ไปเป็นคู่

 

เขานอนหลับอย่างสงบ ในห้องมีเพียงเสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังให้ได้ยิน

 

“ฮาเมล”

 

เสียงเรียกทำให้หญิงสาวเจ้าของชื่อหันกลับไปมอง ก่อนจะค้อมหัวลงทักทายคนที่ก้าวเข้ามาในห้อง “คุณเดมอน…มาเปลี่ยนเวรใช่ไหมคะ”

 

เดมอนพยักหน้า ตามองคนที่หลับใหลอยู่เงียบ ๆ

 

“ฉันอยู่ใกล้เขา ควจะทำอะไรได้มากกว่านี้” ฮาเมลเอ่ยปาก มือประสานกันบนตักบีบกระชับเอาไว้แน่นราวกับระบายความเจ็บปวด “ถ้าปกป้องได้ เขาคงไม่เป็นแบบนี้”

 

ชายหนุ่มมองคนที่กำลังโทษตัวเอง มือเลยวางลงบนบ่าเธอเบา ๆ

 

“ไม่ใช่ความผิดคุณ”

 

พอเขาพูดแบบนั้น ฮาเมลก็ก้มหน้าลง ยกมือปาดน้ำตาและพยักหน้ารับ เดมอนจึงผละมือออกมา

 

“ไปเตรียมตัวเถอะ ฉันดูแลต่อเอง”

 

“ค่ะ…” แม้สีหน้าจะยังเป็นกังวล แต่ฮาเมลก็ยอมออกจากห้องไอซียูไป เดมอนขยับนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงแทน วางโล่โลหะไว้ไม่ห่าง

 

กระทั่งแน่ใจว่าไม่มีใครแล้ว มือใหญ่จึงเอื้อมออกไป…

 

ดึงมือซีดเซียวมากุมเอาไว้ และซบหน้าลงไปกับหลังมือนั้น

 

“ขอโทษ” เขาเอ่ยปาก เสียงสั่นเครือ เพราะหลังจากความเงียบงันอันยาวนาน เขาก็กลับมาได้สติ และได้สำนึกในความผิดพลาด “แม้แต่คุณ…ฉันก็ปกป้องไว้ไม่ได้”

 

คล้ายกับตอนเสียอาเบล…เสียเวร่าไป

 

เพียงแต่ครั้งนี้เจ็บปวดกว่าครั้งไหน




 

“ผู้บัญชาการรักคุณมาก”

 

ในตอนนั้นเองที่เสียงคุ้นเคยดังขึ้น เดมอนเงยหน้าขึ้นมองตามเสียง จนเห็นร่างที่นั่งอยู่มุมห้อง คงไม่มีใครสังเกต แต่เขาคิดว่า…เธออยู่ตรงนั้นมาตลอด

 

เฮคาเต้ที่มาคอยเฝ้าผู้บัญชาการไม่ห่าง

 

“อืม ฉันรู้” เดมอนขานรับ ปลายนิ้วเกลี่ยหลังมือขาวเบา ๆ

 

“แล้วคุณล่ะ…รักผู้บัญชาการแค่ไหน” เฮคาเต้เอ่ยถาม เดมอนเงียบไปอึดใจใหญ่ ดวงตามองคนที่หลับสนิทอย่างไม่รู้จะลืมตาขึ้นเมื่อไหร่

 

คำตอบแสนนาน ใช่ว่าเขาใช้เวลาใคร่ครวญ…เดมอนรู้ดีว่าตนเองรู้สึกเช่นไรต่อคนคนนี้

 

เพียงแค่เขากำลังโหยหา หากว่าคนตรงหน้ายังลืมตา ยามเขาเอ่ยออกไปคงได้รอยยิ้มแสนหวานกลับมา

 

แต่ตอนนี้…เขาได้เพียงอดทนเฝ้ารอ

 

“สุดหัวใจ”

 

วันที่จะได้บอกคำที่ดังออกมาจากใจจริงให้เขาคนนั้นรับรู้




 

“เดมอน เตรียมการเรียบร้อยหมดแล้ว”

 

ความเงียบตามมาด้วยเสียงของโซย่าที่ก้าวมาหน้าประตู เดมอนหันกลับไปและพยักหน้ารับคำ ก่อนจะหันไปหาคนที่ยังหลับใหล

 

เขารอจนโซย่าและเฮคาเต้เดินออกไปแล้วจึงโน้มใบหน้าลง จูบตรงหน้าผากของผู้บัญชาการแผ่วเบา ก่อนจะผละออกมา

 

“เดี๋ยวมารับ”







 

“แหกคุกเนี่ยนะ!?”

 

เฮลล่าเสียงดังอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง แต่โชคดีที่ห้องนี้เก็บเสียง คนข้างนอกก็คงจะไม่ได้ยิน ไอรีนยกมือแตะหน้าผากส่ายหน้าไปมา

 

บอกแล้วแท้ ๆ ว่าให้เบา ๆ

 

“จะแหกไปยังไง! แล้วไหนจะผู้การอีก! จะทิ้งหมอนั่นไว้ที่นี่คนเดียวไม่ได้นะ!” แน่นอนว่าเธอไม่เห็นด้วยเอามาก ๆ ซินเนอร์เด็ก ๆ คนอื่นก็ต่างกังวลเรื่องนี้

 

“เราคนหนึ่งต้องพาผู้การหนีไป” แลงลีย์เอ่ยปาก เพราะหลังจากฟังจากเดมอน ประกอบกับข้อมูลที่ได้รับมาแล้ว เธอเองก็เห็นด้วย “ถ้าสภาเมืองเข้าแทรกแซง MBCC เมื่อไหร่ พวกเราทั้งหมดแย่แน่”

 

พวกนั้นจะต้องเข้ามาเปลี่ยนระบบ แล้วหาทางกำจัดซินเนอร์ออกไป

 

“แล้วจะทำยังไง” เฮลล่าเลยกอดอกทำหน้าบูด แล้วเอนตัวไปพิงไนน์ตี้ไนน์ “แต่บอกก่อน ฉันจะพาไปผู้การไปเอง”

 

“พูดอะไรของเธอเฮลล่า คิดว่าจะดูแลเขาได้หรือไง” โซย่าเลิกคิ้วเอ่ยถาม พลางยกยิ้มมุมปาก จนเด็กหันมาทำตาเขียวใส่

 

“ถ้าอย่างนั้นเป็นฉันไม่ดีกว่าเหรอ…ฉันน่ะเข้าถึงการแพทย์ชั้นสูงได้ ต้องรักษาชีวิตเขาได้ดีกว่าแน่” ไอรีนว่า

 

“ฉันก็อยากพาไป”

 

“ฉันจะดูแลผู้การเอง”

 

ทีนี้เลยเริ่มเสียงแตกแล้ว ต่างคนต่างก็อยากช่วยผู้บัญชาการ จนแลงลีย์ต้องส่ายหน้าไปมาอย่างระอาใจ ก่อนจะหันไปหาเดมอนที่นั่งก้มหน้าเงียบ

 

“ฉันจะเป็นคนพาผู้การออกไปเอง” เขาจึงเอ่ยปากขึ้นมา เพราะว่าเขาเป็นคนที่ไม่มีภาระ ไม่มีอะไรผูกมัดตัว ครอบครัวก็ตายไปหมดแล้ว งานการก็ไม่มีเหลือ

 

เขาเหลือเพียง…คนคนนั้น

 

“ฉันสนับสนุน” เฮคาเต้เอ่ยขึ้นมาเบา ๆ แต่ก็ทำให้ทุกคนเงียบฟังได้

 

“ฉันเห็นด้วยค่ะ” ฮาเมลเอ่ยปาก

 

“ถ้าเป็นนาย ฉันจะยอมให้” แม้แต่โซย่ายังไม่คัดค้าน แลงลีย์เลยคลี่ยิ้มบางออกมา แล้ววางมือลงบนไหล่เดมอน

 

“งั้นฝากนายด้วย”

 

“อืม…” เขาพยักหน้ารับ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไอรอนที่กำลังขมวดคิ้วมุ่น “เราจะพาเขาออกไปยังไง”

 

“ก็ต้องไปทุกอย่าง” หมอหญิงตอบ เพราะเธอก็บอกแล้วว่าตอนนี้ผู้บัญชาการมีชีวิตอยู่ด้วยเครื่องช่วยชีวิตเท่านั้น “แน่ใจนะว่าไหว”

 

จริง ๆ เธอเองก็ไม่อยากทำแบบนี้ แต่ว่าก็รู้ดีว่าหากปล่อยผู้บัญชาการไว้ที่นี่ พวกสภาเมืองต้องมาเล่นงานเขาแน่ แค่ปิดเครื่องช่วยชีวิตจะไปยากอะไร

 

“ต้องเตรียมรถ” โซย่าเอ่ย เพราะต้องใช้รถที่สามารถขนทั้งตัวผู้การและเครื่องช่วยชีวิตไปได้

 

“บางส่วนก็ใหญ่เกิน ขนไปไม่ได้หรอก…มีแต่ต้องหาวิธีชั่วคราวที่จะยื้อชีวิตเขาได้ จนกว่าจะได้เครื่องช่วยชีวิตใหม่ และเราหาในดิสซิตี้ไม่ได้แน่” ไอรอนผ่อนลมหายใจช้า ๆ เพราะรู้ดีว่าพวกสภาเมืองจะต้องตามเจอ ไม่ว่าจะซินดิเคต หรืออีสต์ไซด์ก็ตาม

 

“ฉันจัดการเอง” เดมอนขยับตัวลุกขึ้นมา เพราะเขาก็อยากให้คนอื่น ๆ ไปทำอะไรที่ควรทำ หน้าที่ดูแลผู้บัญชาการ รวมถึงเปิดทางให้ทุกคน

 

เขาจะทำเอง









 

“ไหวแน่นะ”

 

หลังจากซินเนอร์ทุกคนทยอยหลบหนีออกจากคุก ตามเส้นทางที่เขา ‘บังเอิญ’ ได้ยินมาจากผู้ช่วยไนติงเกล ก็เหลือเพียงแค่ชายหนุ่ม

 

ที่อยู่กับร่างที่อยู่ในเครื่องพยุงชีพ เตรียมออกเดินทาง

 

“อืม” เดมอนพยักหน้า ตอนนี้แลงลีย์เองก็ควรจะไปจากที่นี่ได้แล้วเช่นกัน “ที่เหลือฉันจัดการเอง พวกคุณไปเถอะ”

 

“โชคดีในทางข้างหน้านะ เดมอน” หญิงสาวคลี่ยิ้มบาง แล้วเดินไปขึ้นรถที่มาจอดรอ

 

เดมอนผ่อนลมหายใจ หันกลับไปมองคนที่ยังคงหลับใหลอยู่ มือข้างที่ไม่ได้ถือโล่ประจำตัวขยับกำแน่น

 

ถึงเวลาแล้ว…











 

“การแกล้งตายจะเป็นทางที่คุณจะหนีไปได้ ถ้าผมตาย พวกนั้นต้องถือโอกาสลากคุณไปประหารแน่ ตอนนั้นคุณต้องหนีไป”

 

เสียงของผู้บัญชาการดังขึ้น ร่างขาวเปลือยเปล่าขยับพลิกตัวมา นอนซบลงกับอกเขา มือยกขึ้นวางทาบแผ่นอกกว้างของเดมอน

 

ชายหนุ่มหลุบตาลง ยกมือจับมือเล็กกว่ากุมเอาไว้แน่น

 

“ถ้าคุณตายขึ้นมาจริง ๆ ล่ะ”

 

เขาถามออกไป เพราะหากจะแกล้งตาย ก็มีความเสี่ยงแน่…ถ้ามันไม่ใช่ความเสี่ยงอีกต่อไป แต่เป็นความจริงล่ะ

 

ผู้บัญชาการแห่งมิโนสหลุดเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ

 

“งั้นคุณก็ต้องมีความสุข…และรักผมไปตลอดชีวิตนะ”

 

เป็นคำตอบที่ง่ายดายเสียจริงนะ แต่เขาคิดว่ามันไม่ได้ทำได้ง่ายดายนักหรอก…ยิ่งเมื่ออีกฝ่ายเป็นคนคนนี้แล้วด้วย

 

“ทำไมถึงจะต้องทำแบบนั้น” เดมอนขยับมือไปสวมกอดร่างเล็กกว่าเอาไว้ ก้มลงจูบกระหม่อมผู้บัญชาการเบา ๆ

 

“ผมรู้น่ะ” คนในอ้อมกอดผ่อนลมหายใจช้า ๆ สอดมือโอบกอดเดมอนเอาไว้แน่นขึ้น “ว่าสภาเมืองจ้องจะยึดอำนาจของ MBCC ไปอยู่ในความครอบครอง”

 

ผู้บัญชาการขยับพลิกตัวขึ้นมา นอนคร่อมทับตัวเขาเอาไว้ มือแนบข้างแก้ม เกลี่ยช้า ๆ ด้วยความรักใคร่

 

“ผมยอมยก MBCC ให้พวกนั้นได้…” ก่อนจะเงยหน้าสบตาเขาด้วยรอยยิ้ม “แต่ผมไม่มีวันยอมยกคุณ และซินเนอร์ทุกคนให้พวกนั้น”

 

เดมอนมองคนตรงหน้า และดันปลายคางนั้นให้เงยขึ้นมา จะได้กดจูบลงไปได้

 

“ฉันก็ไม่ยอมเสียคุณให้พวกมันเหมือนกัน”

 

คำพูดนั้นทำให้ผู้บัญชาการคลี่ยิ้มออกมาจนได้

 

“ขอบคุณนะเดมอน…”

 

ร่างนั้นขยับมา จูบริมฝีปากเขาตอบเบา ๆ และสบตากันด้วยความรัก

 

“ฝากดูแล…พวกเขาทุกคนด้วยนะ”

 

“ผมรักคุณ”











 

แต่เส้นทางนั้น…ไม่ง่ายเอาเสียเลย




















 

ปัง!























 

 

 

 

 

 

 

 

 















 

อากาศวันนี้ดีมากเหลือเกิน เดมอนปาดเหงื่อออกจากปลายคาง แล้วยกฟ่อนฟืนที่ตัดเอาไว้ขึ้นบ่า ก่อนจะเดินออกจากป่าเขียวขจี กลับสู่หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่อยู่ไม่ห่าง

 

มาเนียแพร่ระบาดมาไม่ถึงที่นี่ แน่นอนรวมถึงไฟฟ้าและความเจริญ ถึงจะเป็นแบบนั้น ในที่สุดเขาก็พบที่ที่จะอยู่อย่างมีความสุขเสียที

 

“คุณลุงเดมอน!”

 

“สวัสดีฮะ!”

 

เด็กน้อยที่พบเจอตามทางต่างก็ส่งเสียงทักทายเขาอย่างร่าเริง เดมอนคลี่ยิ้มบางและพยักหน้าทักทาย พ้นจากนั้น ทางเดินก็สงบเงียบ นำทางเขาสู่กระท่อมเล็ก ๆ ที่อยู่กลางทุ่งหญ้าไสว

 

ที่ตรงหน้ากระท่อมนั้น มีร่างหนึ่งนั่งอยู่ท่ามกลางแสงขาวกระจ่างจากดวงอาทิตย์ มองดูราวกับเป็นความฝัน

 

พอได้ยินเสียงฝีเท้า ร่างนั้นก็หันกลับมาคลี่ยิ้มให้

 

“เดมอน”

 

และร้องเรียกเขาด้วยเสียงที่ไพเราะที่สุดในโลก เดมอนคลี่ยิ้มบาง และเอ่ยปากเรียกชื่อคนผู้นั้นตอบกลับไป















 

“กลับมาแล้ว…—”

 

 

 


ไวโอเล็ตต้าสวัสดิ์ค่า!

แต่งแบบแค่อยากแต่ง คิดถึงเดมอนชีฟมากกกกกกก ไม่ได้เกลาภาษาอะไรมากเลยฮืออ ; w ; และเอาจริงๆ นุก็ว่ามันไม่ได้ angst เท่าไหร่ (รึเปล่านะ---)

 

จริงๆ ก่อนหน้านี้เขียน pwp อีกเรื่องอยู่ แต่เรื่องนี้มันจบก่อนเลยลงก่อน

อาจมีหลุดคาร์บ้างนะคะ คือบางคนยังไม่เจอสตอรี่เลย ฮือออ

เราจงใจกับตอนท้ายเรื่อง ตีความเล่นแล้วคุยกันได้น้า

 

ขอบคุณที่แวะมาอ่านกันนะคะ

เลิฟยูน้าชาวเรือเดมอนชีฟ ไม่มีโมเมนต์ก็ต้องต่อเรือเองค่ะ โฮว...

 

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม